"พี่ชัชจำผมได้ไหมครับ.." เขาไม่ได้เป็นนักบิน แต่ทำให้เด็กคนหนึ่งได้บินจริง

ชายสวมชุดนักบินยืนถ่ายภาพคู่เครื่องบินขับไล่จริง พร้อมเครื่องบินบังคับวิทยุ RC Jet วางอยู่ด้านหน้าบนลานบิน บรรยากาศสไตล์ภาพยนตร์ Top Gun

'พี่ชัช จำผมได้ไหมครับ..
--ชัชพงษ์ หุ่นทองคำ
ท่ามกลางแดดช่วงบ่ายของสนามบินเล็ก กลิ่นน้ำมันเครื่องยนต์ปะปนมากับลมร้อน เสียงคนล้อมวงเช็กมอเตอร์ดังอยู่ไม่ไกล แต่ใจกลางความครึกครื้นนั้นบ้างก็แซวตามประสาคนคอเดียวกัน ชวนให้บรรยากาศการรวมตัวดูมีชีวิตชีวา พี่ชัช คุณชัชพงษ์ หุ่นทองคำ อายุ 57 ปี  ยืนอยู่กลางแจ้งของสนามบินเล็กเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ขณะที่เครื่องบินคราฟต์เองกับมือเพิ่งยกล้อจากรันเวย์ แต่สายตาเลื่อนไปถึงบนฟ้าก่อนแล้ว มือข้างหนึ่งประคองรีโมต ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินฝ่าเสียงเจี๊ยวจ๊าวเข้ามา หยุด ยืน อยู่ข้าง ๆ 'พี่ชัชจำผมได้ไหมครับ..' พี่ชัชไม่ได้หันไปมองคนพูด สมาธิทั้งหมดยังอยู่กับเครื่องบิน แต่ประโยคนั้น กลับหนักแน่นยิ่งกว่าสิ่งใด 'ผมได้เคยมายืนดู พี่ชัช เล่นเครื่องบินเจ็ท ตอนนั้นผมยังเป็นเด็กครับ'
'ตอนนั้น ไม่รู้หรอกว่า มีเด็กคนหนึ่ง ยืนดูอยู่'
--ชัชพงษ์ หุ่นทองคำ
ระหว่าง เครื่องบินหลายสิบลำในโรงจอด มีเพียงไม่กี่ลำต้องใช้เวลาประกอบนานกว่าลำอื่น ชุดคิทเป็นการประกอบจากโครงไม้ทีละชิ้น (คราฟต์เอง) เมื่อโครงไม้ทั้งลำประกอบเสร็จ จึงค่อยพ่นสี เติมรายละเอียดห้องนักบินทีละจุด จนเครื่องบินแต่ละลำค่อย ๆ มีชีวิตขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อให้เหมือนของจริง แต่เพื่อให้เหมือนลำที่พ่อเคยบินมากที่สุด 

เสียงใบพัดของ เบิร์ด-ด็อก ยังดังอยู่ในความทรงจำ ทุกครั้งที่มันบินผ่านหลังคาบ้านพักในค่ายทหาร เด็กชายคนหนึ่งจะรีบปั่นจักรยานไล่ตามทันที ฝุ่นสีแดงเกาะเต็มรองเท้า แดดยามบ่ายสะท้อนกระจกห้องนักบิน ขณะที่พ่อเดินออกไปทำหน้าที่ในค่ายทหารแห่งหนึ่งของจังหวัดลพบุรี ภาพเดิมเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนค่อย ๆ ซึมลึกผ่านสายตา และกลายเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจ  เด็กคนนั้นโตขึ้นพร้อมความเชื่อง่าย ๆ ว่า สักวันตัวเองจะบินอยู่บนท้องฟ้าผืนเดียวกับพ่อ 

แต่ชีวิตไม่ได้บินตามแผนเสมอไป ความฝันหยุดลงในวันที่ประโยคนั้นถูกเล่าออกมาเรียบกว่าที่คิด ไม่มีความโกรธ ไม่มีคำถาม ไม่มีการโทษโชคชะตา ท้องฟ้าไม่ได้หายไป มันเพียงอยู่ไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง เขาจึงหันกลับมาหาเครื่องบินในขนาดที่ยังจับต้องได้ เครื่องบินบังคับลำแรกถูกซื้อด้วยเงินเก็บ บินได้ไม่นานก็ล้ม... .. ตก... .. แตก... .. ชิ้นส่วนกระจัดกระจายอยู่กลางสนาม ก่อนจะถูกเก็บกลับมาซ่อม แล้ววางเงียบอยู่มุมห้องอยู่พักใหญ่ จนวันหนึ่งถูกหยิบกลับขึ้นมาบินอีกครั้ง
'ตัว ของ ⠀⠀⠀พี่เอง.. 󠀠󠀠⠀⠀⠀⠀⠀.. .. ก็.. .. ประสบอุบัติเหตุ.⠀⠀⠀⠀⠀. ไม่สามารถเป็น⠀⠀⠀⠀⠀นักบินได้แล้วชีวิตนี้' ..น้ำเสียงแผ่วต่ำ กล่าวขึ้น กับ ฟิลลิปส์ แล้วเงียบในสายไปครู่หนึ่ง
--ชัชพงษ์ หุ่นทองคำ

เมื่อชีวิตเริ่มมีความพร้อมมากขึ้น คราวนี้ ไม่ได้วิ่งตามเสียงเครื่องบินอีกแล้ว แต่เป็นคนสร้างเสียงนั้นขึ้นเอง  เพียงได้มีโอกาสเลือกอยู่ใกล้ท้องฟ้าในแบบที่ชีวิตยังอนุญาตให้ทำได้ เครื่องบินคราฟต์ขึ้นเองย่อมมีวันตก แต่ทุกครั้งที่เครื่องบินตก เขาเดินไปเก็บชิ้นส่วนก่อนเสมอ ไม่กล่าวโทษบ่นถึงความล้มเหลว มีแต่คำพูดที่เจ้าตัวฝากว่า 'ก็.. แค่ไป เก็บซากชิ้นส่วน เครื่องบินบังคับ มาดูว่า โอเค มันตก⠀⠀⠀เพราะอะไร? แล้วปรับปรุง.. ⠀⠀⠀⠀ ไม่ให้มันเกิดอีกแค่นั้นเอง.. ⠀⠀⠀⠀เล่นให้ สนุก' หลังจากนั้น เครื่องบินก็กลับขึ้นบินอีกครั้ง คำพูดไม่กี่ประโยคฟังเหมือนพูดถึงเครื่องบิน แต่กลับใช้กับชีวิตได้ทุกครั้ง ภาพทุกอย่างค่อย ๆ เรียงต่อกันจากซ้ายไปขวา

โรงเก็บเครื่องบินค่อย ๆ มีชีวิตขึ้นทีละลำ เริ่มจากเครื่องบินเทรนเนอร์ (Trainer)  ลำแรกยังบินไม่ตรง ตามมาด้วยเครื่องสปอร์ตเตอร์ (Sporter) เริ่มเชื่อสายลมมากกว่าความกลัว เครื่องบินแบบกึ่งสเกล (Semi-Scale) เหมือนความทรงจำร่วมที่มีต่อพ่อมากกว่าของจริง เครื่องเฮลิคอปเตอร์ (Helicopter) พาเสียงใบพัดกลับไปที่ลพบุรีอีกครั้ง เครื่องบินเจ็ท (Jet) สไตล์ Top-Gun พาเด็กคนหนึ่งเดินกลับมาหาเจ้าของรีโมตด้วยประโยคสั้น ๆ ว่า 'พี่ชัชจำผมได้ไหมครับ' และเครื่องบินรบ วอร์-เบิร์ด (Warbird)ก็ไม่ได้พาเขากลับไปสนามบิน หากพากลับไปเป็นเด็กชายคนเดิมที่เคยปั่นจักรยานไล่ตามเสียงเครื่องบินของพ่อ พ่อคนหนึ่งไม่เคยรู้ว่ากำลังสร้างเด็กคนหนึ่ง.. เด็กคนนั้นโตขึ้นก็ไม่เคยรู้ว่ากำลังรักษาเด็กคนเดิมเอาไว้..  จนวันหนึ่ง เด็กอีกคนมายืนอยู่ริมสนามบิน เงยหน้ามองเครื่องบินเงียบ ๆ เหมือนที่เด็กชายคนหนึ่งเคยทำเมื่อหลายสิบปีก่อน แล้วเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง

ทุกครั้งที่เครื่องบินบังคับตก สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่การบ่น เพียงเดินไปเก็บชิ้นส่วนกลับมา วางเรียงไว้ตรงหน้า แล้วค่อย ๆ หาสาเหตุว่ามันพลาดตรงไหน 'แค่เราไปเก็บซากออกมา.. แล้วก็ไม่ให้มันเกิดอีกแค่นั้น' หลังชิ้นส่วนทุกชิ้นกลับเข้าที่ เครื่องบินก็กลับขึ้นบินอีกครั้ง เช่นเดียวกับเจ้าของมัน ความมุ่งมั่นค่อย ๆ พาเขาเดินทางไกลไปถึงเวทีท็อปกันสหรัฐอเมริกา (Top Gun USA) ในฐานะหนึ่งในสามตัวแทนคนไทยที่ยืนอยู่ท่ามกลางนักบินบังคับจากทั่วทุกมุมโลก สิ่งที่หอบกลับบ้านไม่ใช่เพียงประสบการณ์จากสนามบินอีกฟากหนึ่งของโลก แต่เป็นสายตาที่มองการบินกว้างไกลกว่าเดิม จนเกิดเป็นคอลเล็กชันสะสมโมเดลเซมิ-สเกลที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อทำให้โรงเก็บเครื่องบินค่อย ๆ เต็มไปด้วย เฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ (Huey), เฮลิคอปเตอร์เบลล์ 212 (Bell 212), เฮลิคอปเตอร์เบลล์ 214 (Bell 214), เครื่องบินตรวจการณ์ แอล-19 (L-19 Bird Dog) และ เครื่องบินฝึก ที-41 (T-41 Mescalero) ตามลำดับ ทุกลำไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเติมโรงเก็บเครื่องบิน แต่เพื่อให้พ่อ ยังมีที่จอดอยู่ในความทรงจำของลูกชายคนหนึ่ง


บางครั้ง.. คนเราอาจไม่มีวันรู้เลยว่า ชีวิตของตัวเองเคยบินผ่านหัวใจของใครบ้าง สำหรับชายวัยห้าสิบเจ็ดปี ยังคงยืนอยู่กลางแจ้งเหมือนเดิม.. ... ⠀⠀⠀⠀ มือจับรีโมตเหมือนเดิม.. ... ⠀⠀⠀⠀สายตามองเครื่องบินเหมือนเดิม.. ... ⠀⠀⠀⠀โดยไม่รู้เลยว่า.. ...⠀⠀⠀⠀ เด็กคนหนึ่งที่เคยยืนดูเครื่องบินเจ็ทอยู่ริมสนามบิน (ในวันนั้น) ... ⠀⠀⠀⠀เติบโตขึ้นจนสอบเข้าโรงเรียนนายเรืออากาศได้ ... ⠀⠀⠀⠀และกำลังเตรียมขึ้นบินครั้งแรกในชีวิต..

⠀ ⠀ ⠀ ⠀ 'พี่ชัช จำผมได้ไหมครับ..'
⠀ ⠀ ⠀ ⠀ (เสียงนี้ถูกถามย้ำ.. อีกครั้ง)
⠀ ⠀ ⠀ ⠀ --ชัชพงษ์ หุ่นทองคำ
📸 มุมมองภาพถ่ายเพิ่มเติมฟิลลิปส์

แสดงความคิดเห็น