Views...ครั้ง

'พี่นิด' ความสุขไม่ต้องขึ้นตาชั่ง วิถีชีวิตที่เบาสบาย

ชีวิตฅนเราน่ะ 'ไม่จำเป็นต้องเอาไปขึ้นตาชั่งนะ' เราไม่ต้องไปตอกย้ำหรอกว่านี่คือความสุขมาก หรือความสุขน้อย.. แค่รู้สึกดีกับมันก็พอ ถ้าเรามัวแต่คิดว่าต้อง 'มาก' เราก็จะเริ่มคิดเปรียบเทียบแล้วรู้สึกไปเองว่า วันนี้ทำไมฉันมีความสุขน้อยจัง แค่ทำให้แต่ละวันมันมีมุมที่เรียบง่าย และสบายใจก็พอแล้ว มุมมองการใช้ชีวิตของพี่นิด หนุ่มใหญ่ 46 ปี สมาชิกคริสตจักรฮิม เชียงราย มาพร้อมน้ำเสียงสดใสและอารมณ์ขันที่ชวนให้รอบข้างยิ้มตามได้เสมอ ปรัชญาชีวิตของเขาดูเรียบง่าย แต่แก่นแท้คือการ อยู่กับปัจจุบันโดยไม่ตัดสิน เมื่อเลิกเสียเวลาเอาชีวิตไปชั่งน้ำหนักว่าวันนี้สุข หรือทุกข์มากกว่ากัน พี่นิดจึงใช้เวลาสังเกตสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว โดยเฉพาะสีหน้าและท่าทีของฅนตรงหน้า.. เรื่องราวที่สะท้อนตัวตนของเขาได้ชัดที่สุด เกิดขึ้นที่ร้านข้าวกะเพราเล็ก ๆ ไร้ชื่อแถวสันโค้งน้อย วันนั้นพี่นิดนั่งรออาหารอยู่เงียบ ๆ จนเด็กหนุ่มส่งแก๊สเดินเข้ามาสั่งข้าว

'สั่งพิเศษ ราคาเท่าไหร่ครับ?' เด็กหนุ่มถามแม่ค้า (ร้านนี้ขายกะเพราธรรมดา 30 บาท)

'เพิ่มอีก 10 บาทจ้ะ' แม่ค้าตอบ

หากมองเผิน ๆ นี่ก็เป็นเพียงบทสนทนาซื้อขายธรรมดา แต่สำหรับพี่นิดแล้ว เด็กหนุ่มก้มหน้านับเหรียญในมือทีละบาทสองบาทอย่างตั้งใจเพื่อให้ครบ 40 บาท แต่ด้วยความอยากกินของอร่อย จึงลองถามต่อเสียงเบาว่า แล้วถ้ากะเพราหมูกรอบล่ะครับ? แม่ค้าบอกเพิ่มอีก 10 บาทเป็น 50 บาท.. เด็กหนุ่มก้มลงนับเหรียญในมืออีกครั้งด้วยท่าทีลังเล แทนที่จะนั่งมองด้วยความเอ็นดูแล้วปล่อยผ่าน พี่นิดเดินเข้าไปหาด้วยท่าทีเป็นกันเอง เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เธอ.. พอแล้ว! ไม่ต้องนับแล้ว! ก่อนจะหันไปบอกแม่ค้าเสียงดังฟังชัด ทำกะเพราหมูกรอบพิเศษให้เขาเลยครับ เดี๋ยวผมขอเลี้ยงจานนี้เอง

เด็กหนุ่มเงยหน้ามองอย่างงุนงง เพราะก่อนหน้านั้นไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พี่นิดยิ้มกว้าง ให้เหตุผลที่เปลี่ยนบรรยากาศในร้านให้อบอุ่นขึ้นทันตาว่า พี่เป็นคริสต์น่ะ พระเจ้าสอนว่า 'จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง' มื้อนี้ไม่ต้องเกรงใจ พี่เต็มใจจ่ายให้ ถือว่าเป็นพระพรนะ พี่นิดบอกฟิลลิปส์ส่งท้ายว่า ความสุขของพี่นิดไม่ได้มาจากการมีมาก แต่อยู่ตรงวินาทีที่เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายผ่อนคลายลง หัวใจผู้ให้อิ่มเอม และเติมเต็มด้วยสันติสุขโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

น้ำใจของพี่นิดไม่ได้หยุดอยู่แค่ในร้านข้าว ใต้เบาะรถมอเตอร์ไซค์ยังมี ที่จับโทรศัพท์มือถือ พกติดไว้เสมอ เรื่องเกิดจากช่วงน้ำมันแพง พี่นิดเคยเห็นเด็กหนุ่มส่งของมือหนึ่งถือถังแก๊ส อีกมือพยายามจับโทรศัพท์ดูแผนที่อย่างทุลักทุเล ด้วยความเป็นห่วงกลัวเกิดอุบัติเหตุ จึงโบกเรียก ถามสั้น ๆ ว่า มีเงินซื้อที่จับโทรศัพท์ไหม? ขับแบบนี้อันตรายมาก แป๊บนะ จากนั้นก็เปิดใต้เบาะ หยิบที่จับโทรศัพท์อันใหม่เอี่ยมส่งให้ เอาไปเลย พี่ให้.. และทุกครั้งที่ส่งต่อของขวัญใต้เบาะ พี่นิดจะซื้ออันใหม่มาเติมไว้เสมอ เพื่อให้พร้อมส่งต่อทันทีเมื่อเจอใครที่กำลังลำบาก เมื่อถามว่าบริหารจัดการชีวิตอย่างไรให้มีพลังบวก และสันติสุขได้ทุกวัน คำตอบของพี่นิดเรียบง่ายมากชวนคิดตามไปด้วย

"ถ้าต้องพยายามตามหาความสุข.. มันก็เหนื่อย ถูกไหม? พระคัมภีร์บอกไว้ว่าอย่ามัวกระวนกระวายถึงวันพรุ่งนี้ เรามีแค่วันนี้ ตอนนี้ ทำไมต้องตื่นมากดดันตัวเองว่าวันนี้ต้องออกไปล่าความสุข? ไม่จำเป็นเลย แค่ใช้ชีวิตปกติให้ดี ทำหน้าที่ของเราไป เดี๋ยวความสุขมันจะวิ่งมาหาเราเอง"

ภายใต้รอยยิ้ม และอารมณ์ขันของชายวัย 46 ปี ซ่อนเรื่องที่หลายฅนอาจคาดไม่ถึงว่า.. ต้องต่อสู้กับพายุลูกใหญ่ข้างใน แถมอยู่ในกระบวนการรักษาบาดแผลที่มองไม่เห็นมานานถึง 11 ปีเต็ม ฅนที่ดูสดใสที่สุด กลับเข้าใจวันที่ใจจมดิ่งได้ดีที่สุด พี่นิดเล่าตรง ๆ ว่า ตลอดสิบกว่าปี เขารู้ดีว่าอะไรคือจุดเปราะบางข้างใน บางวันเหมือนมีมุมหนึ่งต้องรับมือกับวันที่ไร้เรี่ยวแรง ขณะที่อีกมุมอยากมีความสุข แต่แทนที่จะปล่อยให้ความอึดอัดลุกลาม หรือส่งต่อความหนักอึ้งไปยังฅนใกล้ตัว พี่นิดเลือกรับมือด้วยวิธีของตัวเอง

"พี่ไม่เอาเรื่องหนัก ๆ ของตัวเองไปบอกใคร เรารู้ว่าไม่มีใครอยากตื่นมาฟังเรื่องหม่นหมอง เราเองยังอยากฟังแต่เรื่องดี ๆ เลย.. พี่แค่เลือกดูแลพายุของตัวเอง แล้วมองหามุมสว่างให้เจอ"

ช่วงเวลาท้าทายกว่าทศวรรษกลับหล่อหลอมให้เขาเข้าใจความหมายของชีวิตลึกขึ้น เขารู้ดีว่าทุกฅนต่างมีสงครามที่ไม่มีใครเห็นของตัวเอง สิ่งเล็ก ๆ ที่พี่นิดหยิบยื่นจึงมีความหมายไกลกว่าสิ่งของ ราวกับกำลังบอกอีกฝ่ายว่า 'คุณไม่ได้อยู่ฅนเดียว โลกใบนี้ยังมีความใจดีซ่อนอยู่' เมื่อมองย้อนกลับไปถึงวันที่ต้องรับมือกับความว่างเปล่าข้างใน พี่นิดยิ้มอย่างอ่อนโยนว่า

"ขอบคุณพระเจ้า... ขอบคุณที่มีพระเจ้า พี่เพิ่งมารู้จักและรับเชื่อได้ไม่กี่ปีมานี้เอง แต่มันเป็นช่วงเวลาสั้นที่พลิกชีวิต ทำให้พี่ก้าวผ่านอะไรหนัก ๆ มาได้เยอะมากจริง ๆ"

เรื่องราวของพี่นิดยืนยันกับฟิลลิปส์อย่างทรงพลังว่า ความสุขเริ่มขึ้นได้ก่อนวันที่ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนพายุในใจจะสงบ และก่อนชีวิตจะเป็นอย่างที่หวัง เพราะสิ่งสำคัญไม่ได้วัดจากตัวเลขบนตาชั่ง แต่มันเกิดขึ้นในวินาทีที่เราเปิดใจ มองเห็นคุณค่าของตัวเอง และเลือกเป็นเหตุผลเล็ก ๆ ที่ทำให้ใครบางฅนยิ้มได้ในวันนี้

แสดงความคิดเห็น