สร้างจากปี๊บ ‘เสียง’ ป๊ะกาด V2 พื้นที่ถอนหายใจหยุดฅนเมือง

"มาเล่นกันมั้ย.. เราต่างก็มีเด็กน้อยคนนั้นอยู่ในตัว"
"อยากให้งานมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน และตลาด"
--ชรินรัตน์ สิงห์หันต์

ฟังสิบางทีงานชิ้นนี้อาจไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากเหล็กปั๊มรูปปี๊บ แต่สร้างขึ้นมาจาก 'เสียง' ต่างหาก เสียงเรียกชวนให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง แม้เวลานี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แบกความเหนื่อยล้าไว้เต็มสองบ่า แต่ความอยากหัวเราะ ความร่าเริง และความต้องการเชื่อมโยงกับใครสักฅนไม่เคยหายไปไหน เพียงรอใครสักฅนสร้างพื้นที่ปลอดภัยขึ้นมา ปลุกวงโคจรของความเป็นเด็กในตัวให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เมื่อเสียงลูกบอลกระทบกับเหล็กปี๊บดังขึ้น ตามด้วยเสียงลุ้น และเสียงหัวเราะของฅนแปลกหน้าที่เพิ่งสบตากันเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ฟิลลิปส์ยืนจ้องมองกำแพงกล่องปี๊บขนม 35 ใบ ดวงตาที่ถูกปาดแปรงวาดลงบนหัวกล่องปี๊บแต่ละใบ ดูคล้ายกำลังจ้องมองผู้คนที่เดินผ่านไปมา หากมองให้ลึกขึ้น กล่องพวกนั้นไม่ได้เฝ้าดูใครเลย แต่กำลังรอ.. รอ 'เสียง' แรกของลูกบอล รอให้ใครสักคนยอมหยุดก้าวเดิน และรอให้ความเงียบถูกพังลงด้วย 'เสียง' หัวเราะ พอเสียงแรกกระทบปี๊บ ความเงียบก็เริ่มพังทลาย ฅนหนึ่งหยุดเดิน อีกฅนหันมอง ฅนที่สามหลุดยิ้ม และฅนที่สี่เดินเข้าไปหยิบลูกบอล ทุกอย่างเคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติ ไม่มีพิธีกรคอยถือไมค์ ไม่มีเสียงประกาศกดดัน ไม่มีความบังคับ ศิลปะชิ้นนี้ตั้งใจทำหน้าที่เป็นสนามเด็กเล่นของผู้ใหญ่ ดึงดูดผู้ฅนให้เข้ามามีส่วนร่วมโดยไม่ต้องมีบท

"ไม่คิดว่าจะมีคนเล่นเยอะขนาดนั้น"
"ไม่คิดว่าผู้ใหญ่จะโยนกันจนเอาให้เข้ากล่อง"
"ก็.. คงให้คนเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับคนในตลาดเหมือนเดิม แต่อาจเปลี่ยนเกมไป"
--ชรินรัตน์ สิงห์หันต์

ชรินรัตน์ สิงห์หันต์ ศิลปินอิสระเจ้าของนามปากกา Lw_Lanwann ผู้สร้างคาแรกเตอร์ 'น้องกล่อง' (kla-long) แห่ง kla-long land ทำให้เข้าใจทันทีว่า ไอเดียแรกเริ่มนอกจากความสวยงามแล้ว ยังต้องสร้างสรรค์คาแรกเตอร์ประกอบเพื่อบันทึกเหตุการณ์จริงในสังคม ผ่านตัวละครที่ชวนยิ้มมากกว่าชวนตัดสิน คำว่าผู้ฅน ถูกนำมาใช้ทำหน้าที่พาตลาดกลับมาอยู่ในสายตาของทุกคนอีกครั้ง

เมื่อโลกทุกวันนี้คอยแต่เคี่ยวกรำให้เรามีพื้นที่สำหรับการทำงาน มีเวทีให้ประกวดแข่งขัน บีบให้ต้องพัฒนาตัวเองและวิ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา จนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างสำหรับความว่างเปล่าโดยไม่ต้องใช้เหตุผล หลายฅนเติบโตขึ้นมาจนลืมวิธีหัวเราะแบบไร้กังวล กังวลกับสายตาของคนรอบข้าง หรือเดินผ่านตลาดเหมือนเดินผ่านฉากหลังฉากหนึ่ง ทั้งที่ตลาดเคยเป็นสถานที่ทำให้ฅนทุกเพศทุกวัยได้มาเจอและแลกเปลี่ยนชีวิตกัน ลูกบอลหนึ่งลูก จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ของเล่นเด็ก แต่เปลี่ยนบรรยากาศตรงนั้นให้กลายเป็นสนามเด็กเล่นของผู้ใหญ่ ดึงดูดให้ผู้ฅนได้ถอดหมวกความเครียด วางภาระลงชั่วคราว แล้วกลับมาอยู่กับปัจจุบันตรงหน้า สำหรับบางฅนแล้ว ช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่นาทีนั้น มีค่ามากกว่าที่ใครจะคาดคิด

ฟิลลิปส์เข้าใจน้ำเสียงที่หลุดออกมาจากความรู้สึกจริงของชรินว่า 'ไม่คิดว่า..' ได้ลึกซึ้งกว่าเสียงที่กำลัง 'ตั้งใจว่าอยากให้เป็น..' เพราะประโยคนี้หมายถึงยอมปล่อยให้งานศิลปะมีชีวิตของตัวเอง ความภูมิใจของชรินไม่ได้เกิดจากการควบคุมทุกอย่างให้เป๊ะตามแบบแผน แต่เกิดจากภาพชีวิตจริงตรงหน้าของรูปภาพที่ผู้คนกำลังพร้อมใจทำสิ่งที่แม้แต่เจ้าของผลงานยังคาดไม่ถึง โดยผู้หลักผู้ใหญ่ยืนตะโกนเชียร์กันให้โยนบอลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฅนที่แวะมาลุ้นหวยก็ยืนลุ้นลูกบอลไปด้วย เด็กน้อยส่งเสียงเชียร์คนแก่ ส่วนคนแก่ก็หัวเราะร่าเหมือนเด็กเจ็ดขวบ ไม่มีใครถูกบังคับให้มีความสุข แต่ทุกคนเลือกจะยืนอยู่ตรงนั้นต่ออีกนิด.. นี่ไม่ใช่พลังของกติกาเกม แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงระหว่างฅนที่เกิดขึ้นในสนามเล็กๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนลืมบทบาท หน้าที่ และวัยวุฒิของตัวเองชั่วคราว สำหรับฅนที่แบกความเครียดหนักอึ้งมาจากงาน นับว่าเป็นจังหวะถอนหายใจยาวๆ ให้หัวใจได้สูดอากาศ และกลับมาหายใจต่อได้อีกครั้ง

งาน ป๊ะกาด V.2 จึงไม่ใช่เพียงเทศกาลศิลปะในกาดหลวงเชียงราย แต่ยังเป็น 'เสียง' ต่างหาก เพื่อท้าทายเหตุผลดีๆ สักข้อให้ผู้คนยอมก้าวเท้าออกจากบ้าน เมืองเชียงรายจะตอบกลับอย่างไร คำตอบไม่ได้ซ่อนอยู่ในกล่องปี๊บ ไม่ได้อยู่ในลูกบอลยาง และไม่ได้อยู่บนกำแพงวัดแล้ว.. คำตอบยังคงเป็น 'เสียง' หัวเราะที่ดังลั่นขึ้นหลังลูกบอลกระทบกล่องปี๊บ.. คือคนแปลกหน้าที่เริ่มเปิดสตอรี่คุยกันเอง.. คือการเรียกความทรงจำในช่วงเวลาที่กาดหลวงเชียงรายกลับมาเป็นมากกว่าตลาด สุดท้ายแล้ว ชุมชนไม่ได้เติบโตจากอาคารที่สวยขึ้น แต่เติบโตจากวันที่ ฅน ยังเลือกเดินเข้าหา ฅน อีกครั้ง

📅 ปฏิทินกิจกรรม #ป๊ะกาด
📍 พิกัดกาดหลวงเชียงราย
📸 มุมมองภาพถ่ายเพิ่มเติมฟิลลิปส์ #ป๊ะกาด

แสดงความคิดเห็น