Views...ครั้ง

ป๊ะกาด V2 ทำให้เห็นว่ากาดหลวงเชียงราย ไม่ได้ขาดของขาย.. แต่เป็นผู้ฅน

ตลาดไม่เคยเดินหนีใคร มีแต่พวกเราเองที่ค่อย ๆ หยุดก้าวเข้าตลาดไป ร้านขายหมูแขวนเนื้อหมูไว้เหมือนเดิม ร้านขายผ้ายังพับผ้าซ้อนกันอยู่มุมเก่า ข้าวเกรียบเจาะรูที่มีขายปีละครั้งเฉพาะช่วงสงกรานต์ ยังมีฅนยืนทอดเหมือนทุกปี ตรอกยังแคบเหมือนเดิม อากาศรอบตัวอบอ้าว หลังคาสังกะสียังส่งเสียงลั่นเวลาโดนแดดเผา ทุกอย่างดูคล้ายเดิมจนแทบไม่มีอะไรแปลกใหม่ให้พูดถึง พอค่อย ๆ เดินดูไป กลับรู้สึกว่า ความเงียบนั้นไม่ได้มาจากความเก่า มันมาจากช่วงเวลาที่ชาวเมืองเริ่มมองไม่เห็นเหตุผลที่จะเดินเข้าหากัน โลกค่อย ๆ ย้ายเข้าไปสิงอยู่ในหน้าจอ ทุกคนยังคงพูดคุยกันได้ทุกวัน เพียงไม่ได้มาอยู่ในสถานที่เดียวกันเหมือนก่อน ความเงียบสงบนั้นเลยไม่ได้ส่งเสียงดัง หากเพียงแต่กัดกินพื้นที่ของเมืองเชียงรายไปทีละนิดทีละหน่อย..โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น

พอมีงาน #ป๊ะกาด ขึ้นมา เลยทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวเข้าไปดูงานศิลปะที่ทำหน้าที่เป็นงานทดลองบางอย่าง ว่าถ้าหากลองเอาศิลปะไปจัดวางไว้กลางกาดหลวงเชียงราย จะเกิดแรงเคลื่อนไหวอะไรขึ้นกับผู้ฅน มากกว่าจะสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับความว่างเปล่า ตลอดทางระหว่างเดินกับพี่ชมรมนักข่าวท้องถิ่นเชียงรายในรอบสื่อ แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยข้อมูล และบรีฟรายละเอียดของงานมากมาย แต่เอาเข้าจริง ชื่องานศิลปะแต่ละชิ้น หรือตัวเลขว่ามีจัดไว้ทั้งหมดกี่จุด กลายเป็นเรื่องรอง ภาพของผู้ฅนที่ยืนตั้งใจอ่านป้ายเล็ก ๆ กลับชัดกว่า ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสารคดีที่ถ่ายทอดเรื่องราวของตลาดผ่านสายตาของพี่ รปภ. ได้อย่างน่าสนใจ มีร้านผ้าชาติพันธุ์ที่เคยเดินผ่านนับสิบครั้งแต่ไม่เคยหยุดมอง ไปจนถึงพี่ใจดีที่ยื่นข้าวเกรียบเจาะรู อร่อย แปลกใหม่รสชาติคล้ายโรตีกรอบให้ชิมพร้อมเล่าที่มาที่ไปอย่างอัลตร้าสมูทว่า ข้าวเกรียบนี้ไม่ได้หากินกันได้ง่าย ๆ ทุกวันมีแค่ช่วงสงกรานต์เท่านั้น ทอดขายปีละครั้ง จนเกิดความรู้สึกอยากตั้งคำถาม และครุ่นคิดถึงสิ่งที่กำลังถูกส่งต่อกันในตลาดแห่งนี้ ว่าแท้จริงแล้วอาจไม่ใช่แค่สินค้าที่วางขาย สิ่งที่ถูกส่งต่อจึงอาจเป็นเรื่องเล่าและความทรงจำจากชีวิตจริง ซึ่งไม่มีปุ่มให้กดสั่งซื้อ

"ฅนเราไม่ได้ต้องการสถานที่สวยงามที่สุดเสมอไป เราแค่ต้องการเหตุผลที่ดีพอในการก้าวขาออกจากบ้าน แล้วปล่อยให้สถานที่อันแสนธรรมดาแห่งนั้น ทำหน้าที่เล่าเรื่องราวของตัวเองไปเรื่อย ๆ อย่างอบอุ่นใจ"

สิ่งที่สะดุดสายตาฟิลลิปส์มากที่สุดในวันนั้น ไม่ใช่แสงไฟโปรเจกเตอร์ฉายหนัง หรือเสียงดนตรีที่เคล้าคลออยู่รอบงาน แต่เป็น "ผู้ฅน"... หลาย ๆ ฅนถือโทรศัพท์อยู่ในมือเหมือนกัน ครั้งนี้ไม่มีใครรีบก้มหน้าหลบเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวอีกแล้ว โทรศัพท์กลายสภาพเป็นกล้องถ่ายรูปพร้อมแชร์ความสุข.. กล้องถ่ายรูปกลายเป็นข้ออ้างละมุน ๆ ที่ทำให้ฅนเราต้องเดินช้าลงจริงหรือเปล่านะ? เมื่อเดินช้าลง จึงเริ่มมองเห็นหน้าค่าตากันชัดขึ้น บางกลุ่มเอ่ยปากชวนกันถ่ายภาพ บางฅนหยุดยืนพูดคุยสัพเพเหระกับเจ้าของร้านค้า กอปรกับอีกหลายฅนกำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างเป็นกันเองกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งโคจรมาเจอกันเมื่อห้านาทีก่อนหน้านี้ ภาพบรรยากาศตรงหน้านี้ประหลาดแถมทรงพลังยิ่งกว่างานศิลปะชิ้นไหน ๆ ทำให้เพิ่งตระหนักได้ว่า แท้จริงแล้ว ฅนเราไม่ได้ต้องการสถานที่ที่สวยงามที่สุดเสมอไป เราแค่ต้องการเหตุผลที่ดีพอในการก้าวขาออกจากบ้าน แล้วปล่อยให้สถานที่อันแสนธรรมดาแห่งนั้น ทำหน้าที่เล่าเรื่องราวของตัวเองไปเรื่อย ๆ อย่างอบอุ่นใจ

มีใครบางฅนเคยเอ่ยปากออกมาว่า #เทศกาลป๊ะกาดศิลปะปลุกตลาด ไม่สามารถเปลี่ยนเมืองทั้งเมืองได้หรอก ฟังแล้วได้เพียงพยักหน้าเห็นด้วย ศิลปะไม่เคยมาช่วยซ่อมถนน ไม่เคยช่วยลดค่าครองชีพ และไม่ได้เนรมิตให้เศรษฐกิจของเชียงรายดีขึ้นได้ภายในคืนเดียว ถึงอย่างนั้น ศิลปะยังทำบางอย่างได้.. ศิลปะช่วยทำให้ผู้ฅนที่เคยเดินสวนกันไปมา หยุดนิ่งพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เปลี่ยนร้านค้าเก่าแก่อันเงียบเหงาที่เคยเป็นเพียงแค่ฉากหลัง ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ ช่วยให้ตรอกเดิมมีผู้ฅนเงยหน้าขึ้นมอง รวมไปถึงเนรมิตให้กาดหลวงเชียงรายแห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่สำหรับจับจ่ายซื้อของอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่สำหรับใช้เวลาร่วมกับผู้อื่นอีกครั้ง บางเรื่องอาจไม่ใหญ่พอจะเปลี่ยนประเทศไทย แต่อาจใหญ่พอจะเปลี่ยนช่วงบ่ายธรรมดาของใครหลายฅนให้มีความหมาย และบางทีเมืองใหญ่ก็ฟื้นตัวขึ้นมาจากเรื่องราวเล็ก ๆ แบบนี้เสมอ

เมื่อเดินมาได้ราว ๆ ครึ่งงาน ข้อเท้าก็เริ่มส่งสัญญาณประท้วงขึ้นมาก่อนที่หัวใจจะยอมรับ น้ำหนักตัว 105 กิโลกรัม ดูจะซื่อสัตย์กับแรงโน้มถ่วงของโลกมากกว่าความอยากก้าวเดินต่อ สุดท้ายเลยจำต้องยอมแพ้ให้กับร่างกาย รีบทาเจลแก้อักเสบ แล้วขี่รถกลับบ้านก่อนที่ฝนจะเทเม็ดลงมาในช่วงเย็นนี้ แม้จะเหลืองานศิลปะอีกหลายจุดที่ไม่ได้เข้าไปดู แต่ครั้งนี้ไม่รู้สึกเสียดายแล้ว ร่างกายนี้ไม่ได้ทรยศ กำลังทำหน้าที่บอกลิมิตของตัวเองอย่างจริงใจต่างหาก.. ร่างก้อนนี้นี่แหละที่ยังพามาถึงกาดหลวงเชียงราย พามาพบเจอผู้ฅน พามามองเห็นภาพความประทับใจที่ไม่มีทางหาได้ในอินเทอร์เน็ต แถมมาเก็บเกี่ยวความทรงจำธรรมดาที่มีคุณค่ามากกว่ารูปถ่ายอีกหลายเท่าตัว การเรียนรู้ที่จะหยุดให้เป็น จึงไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นการออมแรงเอาไว้ เพื่อกลับมาออกเดินทางต่อภายในระยะเวลาการจัดงานที่มียาวนานถึง 2 อาทิตย์นี้ต่างหาก

ขากลับครั้งนี้แทบไม่มีของฝากติดไม้ติดมือ แต่พาภาพของเมืองที่กำลังขยับตามจังหวะชีวิตติดตัวกลับบ้านไปด้วย ความคึกคักไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะแสง สี หรือเวทีการแสดง กาดหลวงแห่งนี้กลับมามีลมหายใจที่อบอุ่นอีกครั้ง เพราะผู้ฅนหลายร้อยฅนต่างพร้อมใจกันสละเวลาออกจากโลกส่วนตัวของตัวเอง เพื่อออกมาใช้เวลาร่วมกันในโลกใบเดียวกัน บางที ตลาดแห่งนี้อาจไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นพื้นที่จับจ่ายซื้อขายเพียงอย่างเดียวมาตั้งแต่แรก ตลาดแห่งนี้อาจไม่ได้มีไว้แค่จับจ่ายซื้อขาย แต่อาจเป็นพื้นที่ให้ผู้ฅนได้บังเอิญเดินเฉียดกัน ทักทายกัน หัวเราะร่วมกัน แล้วก้าวขากลับบ้านไปพร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นในใจว่า.. เรายังเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเชียงรายแห่งนี้เสมอ และถ้าหากมีใครเอ่ยถามว่า ฟิลลิปส์ได้เดินเก็บงานครบทุกจุดไหม?.. คงทำได้เพียงยิ้มแล้วตอบว่า “ไม่ครับ...” หัวใจที่แท้จริงของงาน ป๊ะกาด นี้ ไม่ได้ตั้งวางอยู่บนฐานแสดงชิ้นไหน แต่เป็นจิตวิญญาณของผู้ฅนที่พร้อมจะเดินสวนกันเพื่อทักทายกันอยู่ตลอดสองข้างทางไปเรียบร้อยแล้ว

📅 ปฏิทินกิจกรรม #ป๊ะกาด
📍 พิกัดกาดหลวงเชียงราย
📸 มุมมองภาพถ่ายเพิ่มเติมฟิลลิปส์ #ป๊ะกาด

2 ความคิดเห็น

  1. i'admin
    i'admin
    ขอบคุณครับ มีคำบรรยายภาพให้คนพิการทางสายตาด้วย

    • ฟิลลิปส์
      ฟิลลิปส์
      ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันนะครับ ดีใจที่ตัวอักษรของฟิลลิปส์สามารถส่งต่อความรู้สึกของภาพทุกภาพไปถึงคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ พื้นที่ตรงนี้ยินดีต้อนรับ และพร้อมจะเป็นเพื่อนรับฟังคุณเสมอครับ