ชีวิตไม่ได้มีแค่กว้าง × ยาว ยังมีคำว่า 'กินข้าวหรือยัง'

Parce que quand ceux qu’on aime sont en danger, la distance n’efface rien. 🏡
เมื่อคนที่เรารักกำลังตกอยู่ในอันตราย ต่อให้อยู่ไกลแค่ไหน ใจก็ยังไปอยู่ตรงนั้นเสมอ
-- Hakuna Matata Voyage

ประโยคแรกที่ทักทายกันข้าง ๆ รถบรรทุกสีเขียวคันนั้น ก่อนจะมีคนหิ้วกับข้าวเดินมา อีกคนอุ้มกีตาร์ตามมา.. พี่เกษมสิน (Kasemsin) กับเพื่อนไม่ได้รู้จักครอบครัวนี้มาก่อนเลยนะ แค่นั่งคุยกันพักหนึ่ง แล้วบอกว่าเดี๋ยวมา ไม่นานพวกเขาก็กลับมาจริง ๆ 🎶 เด็กสองคนยังเล่นบาสอยู่ข้างสนามเหมือนเดิม ทางด้านคุณแม่ฝรั่งอย่าง เอริกา (Erika) ยังเงยหน้าจากโทรศัพท์เป็นพักๆ ส่วน ซิลแวง (Sylvain) แฟนของเธอเปิดประตูรถทิ้งไว้.. ไม่มีใครบอกว่าให้กำลังใจ ไม่มีใครถามว่าเป็นยังไงบ้าง ทุกคนแค่นั่งล้อมวงกินข้าว เพลงก็ดังไปเรื่อย ๆ เหมือนบ้านหลังนี้จอดอยู่ตรงเชียงรายมานานแล้ว ทั้งที่เพิ่งจอดได้ไม่กี่วัน

คุยกันจนฟังไม่ออกแล้วว่าเป็นภาษาอะไร ภาษาไทยนิด อังกฤษหน่อย ฝรั่งเศสก็มา เจมิไนไลฟ์ (Gemini Live) ทำงานหนักกว่าทุกคนเลย บางคำแปลถูก บางคำแปลจนทุกคนหัวเราะลั่น 😂 เธอพูดอะไรยาวๆ แล้วหันไปถามแฟนว่า "เข้าใจไหม" (You get it?) พอเขาส่ายหน้า เธอก็หัวเราะอีกที ก่อนจะอธิบายใหม่ ไม่มีใครหงุดหงิด ไม่มีใครรีบตอบให้ถูกที่สุด พูดผิดก็หัวเราะ แปลผิดก็หัวเราะ แล้วก็พูดใหม่อีกรอบ  ไม่มีใครสนใจแล้วว่าพูดภาษาอะไร 

มื้อเย็นเล็ก ๆ ริมรถบ้าน กลายเป็นวงพูดคุย ระหว่างพี่เกษมสิน พร้อมเพื่อน และ Hakuna Matata Voyage

ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเธอก็มีข่าวเด้งเข้ามาตลอด.. ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเธอก็มีข่าวเด้งเข้ามาตลอด บ้านเกิดที่จีร็องเด (Gironde) ประเทศฝรั่งเศส กำลังเจอไฟป่า พ่ออพยพมาแล้วถึงสามครั้ง แต่วันนี้ยังปลอดภัย เพราะว่ามีคนเปิดบ้านให้พักรวมกันหลายคน เธอพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ว่า "ระยะทางไม่ได้ทำให้ความห่วงใยน้อยลงเลย" (Distance doesn't mean I care any less.) พอเลื่อนลงไปอีกนิด ก็เจออีกประโยคหนึ่ง.. ทุกคนเงียบไปพักใหญ่ "อยากให้เรื่องพวกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย" (Wish none of this ever happened.) ❤️ แต่ชีวิตยังต้องเดินต่อ เด็ก ๆ ยังเล่นบาส พี่เกษมสินยังดีดกีตาร์ กับข้าวยังวางอยู่บนโต๊ะ ข่าวไฟป่ายังเด้งอยู่บนหน้าจอ ส่วนกีตาร์ก็ยังดังอยู่ 

"วันนี้ยังโอเค.. แต่พรุ่งนี้ ไม่รู้หรอก"
(Today is okay, but tomorrow, I don't know.)
-- Hakuna Matata Voyage

คุยกันไปเรื่อย ๆ จนมีคนถามขึ้นมาว่า.. ทำไมถึงเลือกใช้ชีวิตแบบนี้? เธอไม่ตอบทันที ได้แต่เงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเปิดใจว่า "เมื่อก่อนแฟนทำแต่งาน ทำงานเยอะมาก จนแทบไม่ได้อยู่บ้าน" (He used to just work and work, so much he was barely home.) แล้วก็เล่าต่อว่า มีเพื่อนคนหนึ่งไม่ได้กลับบ้านอีกเลย หลังเกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ วันนั้นทำให้เธอคิดอยู่ประโยคเดียวว่า "ต้องเปลี่ยนชีวิตแล้ว ต้องได้เห็นหน้าสามีมากกว่านี้" (I need to change my life. I need to see my husband.) จากนั้น ทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วมาก ขายทุกอย่าง เปลี่ยนรถทหารเก่าจากเบลเยียมให้กลายเป็นรถบ้าน แล้วออกเดินทางเลยทั้งครอบครัว

คนเป็นแฟนก็นั่งฟังอยู่เงียบๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาสั้นๆ ว่า "วันนี้ยังโอเค.. แต่พรุ่งนี้ ไม่รู้หรอก" (Today is okay, but tomorrow, I don't know.) แล้วก็หัวเราะเบาๆ ไม่มีน้ำเสียงเศร้า ไม่มีท่าทีจะสอนใคร ส่วนเธอก็รับคำต่อเหมือนเป็นบทสนทนาที่คุยกันมาหลายรอบแล้ว "บางคนทำงาน ทำงาน ทำงาน แล้วบอกว่ารอเกษียณก่อนค่อยใช้ชีวิต แต่บางที.. พรุ่งนี้อาจไม่มีแล้ว ใช้ชีวิตตอนนี้เลยดีกว่า" (Some folks work, work, work and say they'll live when they retire. But sometimes.. there's no tomorrow. Just live right now.)

ก่อนแยกย้ายกัน พอถามว่าชอบประเทศไหนที่สุด เธอตอบทันทีว่าประเทศไทยแล้วก็บอกต่อว่า "ชอบคนไทย ชอบอาหารไทย แล้วก็กลับมาที่นี่หลายครั้ง" (Love the people, love the food, kept coming back here.) ❤️ ส่วนแฟนของเธอก็เสริมอีกประโยคว่า "เอเชียนอนที่ไหนก็รู้สึกปลอดภัย ผู้คนใจดี" (Sleeping anywhere in Asia feels safe. People are nice.) รถบรรทุกคันนั้นคงออกจากเชียงรายอีกไม่นาน ส่วนพี่เกษมสินก็คงกลับบ้านเหมือนทุกวัน เด็กสองคนก็คงโตขึ้น แต่มีอยู่ประโยคหนึ่งที่ยังนึกถึงทุกครั้งสำหรับวันนี้

⠀ ⠀ ⠀ ⠀ ⠀ ⠀ ⠀'กิน ข้าว หรือ ยัง'

ไฟป่าที่บ้านเกิดของเอริกา ทำให้ครอบครัวต้องติดตามข่าวอยู่ตลอด แม้อยู่ไกลถึงเชียงราย
📸 มุมมองภาพถ่ายเพิ่มเติมฟิลลิปส์

แสดงความคิดเห็น