Views...ครั้ง

'พี่กฤษ' แค่ยังมีใครอยู่ข้าง ๆ วันนี้ก็อาจไม่หนักเท่าเดิม

คุณ ปรันตวัฒน์ คิ้วเกียรติสกุล หรือพี่กฤษ อายุ 43 ปี สะท้อนภาพจำในอดีตยามที่ต้องเผชิญหน้ากับ 'เงาดำที่กัดกินจิตใจ' ของฅนใกล้ชิดเป็นครั้งแรก วันนั้นยังไม่เคยรู้จักกับโลกที่ไร้แสงสว่างแบบนี้เลยแม้แต่น้อย เวลาฟังใครทุกข์จะรีบตอบก่อน รีบหาทางออก รีบชวนให้มองอีกแบบ เชื่อว่าถ้าหาคำตอบได้เร็ว อีกฝ่ายน่าจะรู้สึกดีขึ้นเร็วเหมือนกัน จนวันหนึ่ง เด็กที่กำลังดูแลเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดสั้น ๆ 'พี่ไม่เป็นผม.. พี่ไม่เข้าใจผมหรอก' ไม่มีเสียงดัง.. ไม่มีการเถียงกลับ.. ห้องยังเงียบเหมือนเดิม บทสนทนาวันนั้นไม่เดินต่อ ประโยคนั้นกลับเดินต่อไปฅนเดียว หลังจากนั้น เวลามีใครเล่าเรื่องเดิม จะฟังมากขึ้นก่อนตอบ ปล่อยให้อีกฝ่ายพูดจนจบ เว้นช่องว่างให้ความเงียบได้ทำหน้าที่บ้าง เพราะบางครั้งฅนตรงหน้าไม่ได้รอคำตอบ แค่รอให้มีใครสักฅนยังนั่งข้าง ๆ กัน

"พี่ไม่เป็นผม.. พี่ไม่เข้าใจผมหรอก"
"หลายครั้งที่เราได้อยู่เป็นเพื่อนของใครแบบเงียบ ๆ โดยที่ไม่พูดอะไร ก็ช่วยให้เขาดีขึ้นได้"

อยู่เป็นเพื่อน มากกว่าพยายามเป็นฅนแก้ โทรศัพท์ไม่ได้ดังขึ้นเพื่อถามว่าควรทำยังไงเสมอไป ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนมีเสียงเบา ๆ ดังขึ้น 'หนูขอให้พี่.. อยู่เป็นเพื่อนหนูสักครู่ได้ไหม?' ไม่มีคำถาม.. ไม่มีคำขอให้ช่วยแก้.. 'ช่วยหนูหน่อย..' มีแค่คำขอให้ใครสักฅนยังอยู่ข้าง ๆ ความจริงแล้ว ฅนส่วนใหญ่รู้คำตอบของชีวิตตัวเองอยู่แล้ว รู้ว่ากำลังเดินไปทางไหน สิ่งที่หนัก จึงไม่ใช่การหาคำตอบเพิ่ม แต่คือการต้องเดินผ่านช่วงเวลานั้นด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเริ่มฟังช้าลง ปล่อยให้ปลายสายเล่าไปเรื่อย ๆ มีช่วงที่ได้ยินแค่เสียงหายใจ.. มีช่วงที่ต่างฝ่ายต่างเงียบ.. ความเงียบนั้นกลับทำหน้าที่ได้ดี พอวางสาย ทุกอย่างอาจยังเหมือนเดิม อย่างน้อยในช่วงเวลานั้น ความรู้สึกว่าต้องแบกมันฅนเดียว ค่อย ๆ เบาลง

บาดแผลมือสอง คุยกันไปสักพัก ก็พูดขึ้นมาเบา ๆ ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง 'ฟังฅนอื่นนาน ๆ.. บางทีเราจะเริ่มเจ็บแทนเขา' พอกลับบ้าน เรื่องที่เพิ่งฟังมายังตามกลับมาด้วย นั่งกินข้าวก็คิด นอนก็คิด ตื่นเช้ามายังเจอความคิดวนกลับมาที่คำถามเดิมว่า.. ถ้าวันนั้นพูดอีกแบบหนึ่ง ทุกอย่างจะเปลี่ยนไหม? เงียบไปพักใหญ่ ก่อนพูดต่อว่า 'ถึงรู้ว่า.. ชีวิตเป็นของแต่ละฅน' หน้าที่ของฅนรับฟัง จึงไม่ใช่การเดินนำ ไม่ใช่การเดินแทน แต่เป็นการเดินข้าง ๆ เท่าที่แรงจะพาไป วันไหนไหวก็รับฟังเต็มที่ วันไหนเกินกำลัง ก็ส่งต่อให้ฅนที่เชี่ยวชาญดูแลต่อ บางครั้งพูดกันตรง ๆ ว่า 'วันนี้ขอพักก่อนนะ' น้ำเสียงยังเรียบเหมือนเดิม 'ถ้าดูแลตัวเองไม่เหลือ.. วันหน้าจะเอาแรงที่ไหน ไปเป็นเพื่อนใครอีก'

"เราเป็นแค่ส่วนประกอบเล็ก ๆ ไม่ใช่เจ้าของชีวิตของเขา"
"เป็นกำลังใจให้เจ้าตัวแก้ไขปัญหา.. เราทำได้แค่รับฟัง"

ช้าในการพูด ไวในการฟัง พี่กฤษหัวเราะเบา ๆ เมื่อพูดถึงตัวเอง 'เมื่อก่อน.. เป็นฅนพูดเก่ง' ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง ได้ยินแค่ลมหายใจเบา ๆ เหมือนกำลังนึกถึงตัวเองในวันนั้น ก่อนจะพูดต่อว่า 'เห็นใครทุกข์ ก็รีบพูดก่อนเลย' น้ำเสียงยังเรียบเหมือนเดิม..

"เขาอยากให้เรารับฟัง"
"อยากระบาย"
"อยู่เป็นเพื่อน"
"ไม่ต้องตัดสิน"
"ไม่ต้องรีบแก้"

เวลาผ่านไป คำพูดค่อย ๆ น้อยลง เวลาที่นั่งฟังผู้ฅนกลับยาวขึ้น พอมีใครเล่าเรื่องชีวิต ไม่รีบพูดต่อเหมือนเมื่อก่อน ปล่อยให้มีช่วงเงียบบ้าง ปล่อยให้บางประโยคค่อย ๆ เดินไปจนสุดของมัน ปลายสายเงียบลง ได้ยินเพียงลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า 'บางครั้ง..' เว้นจังหวะอีกครั้ง '..ฅนตรงหน้าไม่ได้กำลังหาคำตอบ' เงียบไปครู่หนึ่ง 'แค่อยากรู้ว่า.. ถ้าเล่าจนจบแล้ว.. จะยังมีใครนั่งอยู่ตรงนี้ไหม' ไม่มีใครรีบเติมคำ.. ไม่มีใครรีบพาเรื่องไปต่อ.. ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน เหมือนกำลังบอกว่า.. บางประโยค ไม่ได้ต้องการคำตอบ แค่ต้องการใครสักฅนฟังจนถึงประโยคสุดท้าย

ฅนที่ถูกเรียกว่า 'คุณพ่อ' ทุกครั้งที่พาเด็กไปโรงพยาบาล เสียงเดิมดังขึ้นเสมอ 'คุณพ่อ.. เชิญตรงนี้เลยครับ' คำเรียกนี้กลับมาให้ได้ยินเรื่อย ๆ เด็กเดินเข้าไปก่อน อีกฅนเดินตามหลัง นั่งรอคิวเดิม กลับบ้านเส้นทางเดิม วันไหนคุยกันยาว วันไหนก็เงียบตลอดทาง ไม่ว่าวันนั้นจะคุยหรือเงียบ ยังมีใครฅนหนึ่งเดินไปด้วยกัน และแวะกินข้าวด้วยกันเหมือนวันธรรมดาวันหนึ่ง คำว่า 'คุณพ่อ' จึงค่อย ๆ กลายเป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นเอง เรื่องที่หยิบมาเล่า กลับเป็นคำเรียกธรรมดาคำหนึ่ง คำที่ไม่มีใครตั้งใจ กลับเกิดขึ้นเองทุกครั้งที่ได้เจอ ภาพของฅนสองฅนที่กำลังเดินไปด้วยกัน บางครั้ง แค่มีใครสักฅนยังเดินไปข้าง ๆ ไม่รีบพาไปไหน.. ไม่รีบเป็นคำตอบ เท่านี้อาจมีความหมายมากพอแล้ว

ทุกวันนี้ พี่กฤษ ยังทำหน้าที่รับใช้ในมูลนิธิพระคุณดั่งฝน สังกัดสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย พร้อมปฏิบัติหน้าที่รักษาการศิษยาภิบาล จุดประกาศบ้านท่าขันทอง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการของมูลนิธิ หากวันหนึ่งใครสักฅนกำลังรู้สึกว่า ระหว่างทางยังหาเพื่อนร่วมทางไม่เจอ สามารถติดต่อพูดคุยได้ผ่าน LINE ID: kid2226 บางครั้ง.. การเริ่มต้นด้วยประโยคสั้น ๆ เพียงประโยคเดียว อาจทำให้เรื่องราวของวันนี้ เบาลงกว่าเมื่อวาน

แสดงความคิดเห็น