Views...ครั้ง

ยิ่งธรรมดา ยิ่งไปถึงหัวใจ 'พี่ไพศาล' ฅนตัวเล็กหัวใจไจแอนท์

ใบปลิวชุดแรกทำขึ้นจากเงินที่พอมี แล้วเอาออกไปแจกตามหลายแห่งตามกำลัง ช่วงหนึ่งเคยลองเข้าไปแนะนำตัวขอแรงสนับสนุนจากองค์กรคริสเตียนหลายแห่งแต่ไม่ประสบความสำเร็จด้วยโปรไฟล์ต่ำต้อยที่มีอยู่ในมือ เมื่อวิธีเดิม (แจกใบปลิว) เริ่มไปต่อลำบาก จึงลองเปลี่ยนแนวใหม่ดู 'ผมก็เลยเปลี่ยนมาใช้วิธีเดินตะโกนป่าวประกาศด้วยปากเปล่าแบบนี้ครับ' จากกระดาษในมือ เหลือเพียงเสียงกับสองเท้า พอถึงตลาดก็เดินพูดไปตามทาง ผู้ฅนยังซื้อของ เดินสวนกัน รีบกลับบ้าน มีทั้งสายตาที่หันมามองด้วยความงง แถมอีกหลายฅนที่ผ่านไปตามปกติ ใช้เวลาครั้งละหนึ่งถึงสองชั่วโมง โดยไม่ได้พยายามรั้งใครไว้ ตอนคุยกันมีคำตอบสั้น ๆ ว่า 'แค่ฅนเดินผ่านไปมาได้ยิน ผมก็พอใจแล้วนะ' พอเปลี่ยนสถานที่ วิธีที่ใช้ก็เปลี่ยนตาม โรงพยาบาลเน้นคุยกันทีละฅน ชุมชน และข้างถนนก็มีจังหวะของมันเอง เจอแบบไหนก็ปรับตามตรงหน้า ข่าวดีเรื่องความรักของพระเยซูคริสต์จึงถูกส่งต่อด้วยวิธีเรียบง่าย วันหนึ่งอาจมีใบปลิว อีกวันมีเพียงเสียง และเท่านั้นก็พอสำหรับการออกไปทำสิ่งที่เชื่อ

"..ก็เลยเปลี่ยนมาใช้วิธีเดินตะโกนป่าวประกาศด้วยปากเปล่าแบบนี้ แล้วอธิษฐานนานมาก อาศัยเก็บเล็กผสมน้อยทำต่อไปเรื่อย ๆ ใช้วิธีอธิษฐานอย่างเดียว ก็เลยคิดว่าถึงเวลาแล้ว วันนั้นผมจึงตัดสินใจออกมารับใช้"

ก่อนจะมีภาพอย่างนี้ คุณไพศาล ถิรนัย อายุ 47 ปี คริสตจักรนิวไลฟ์เชียงราย.. 'ผมใช้เวลาอธิษฐานอย่างเดียว' ช่วงเวลาเงียบ ๆ ก่อนออกจากบ้านกลายเป็นสิ่งที่ทำมาต่อเนื่อง ความเชื่อเองก็อยู่กับชีวิตมานาน ตั้งแต่เริ่มศึกษาพระคัมภีร์อย่างจริงจังตอนอายุสิบเจ็ดปี จนวันหนึ่งเกิดคำถามขึ้นมาว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเอาสิ่งที่เชื่อออกไปใช้กับชีวิตจริง คำตอบไม่ได้มาเป็นแผนใหญ่โต เพียงเริ่มจากสิ่งที่พอทำได้ แล้วค่อยออกไปพบผู้ฅนตามจังหวะของแต่ละวัน ก่อนออกไปแต่ละครั้งจึงยังมีเวลาอธิษฐาน วางความกังวลลง แล้วค่อยเริ่มต้นวันใหม่

"เรื่องข้างหลังผมไม่คิดเลย ตั้งใจว่าจะเดินหน้าไปต่ออย่างเดียว ตั้งใจจะไปทุกวันแต่บางครั้งถ้าฝนตกหนัก ก็อาจจะออกไปทำไม่ได้ ถึงแม้บางวันฝนตกผมก็ยังอยากจะออกไปครับ"

มีครั้งหนึ่งระหว่างเดินประกาศตามทุ่งนา ชายฅนหนึ่งถือมีดสปาต้าเดินปรี่เข้ามา บอกให้ไปจากบริเวณนั้น เสียง 'ไป ๆ.. อย่ามาแถวนี้' ยังอยู่ในบทสนทนาที่เล่าย้อนกลับมา พอถอยออกมา เรื่องก็จบสั้นกว่าที่คาด 'ผมไม่โกรธเลยครับ ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แล้วผมก็เดินหน้าไปต่อ ไปประกาศที่อื่นต่อครับ' วันต่อมาก็ยังออกไปเหมือนเดิม จนเมื่อพูดถึงครั้งที่มีฅนเปิดใจรับความเชื่อ น้ำเสียงกลับเปลี่ยนทันที 'ดีใจมากครับ ดีใจจนน้ำตาไหลเลยครับ' พอถึงเรื่องนี้ คำตอบมีเพียงไม่กี่คำ แต่ความดีใจชัดเจนอยู่ในนั้นแล้ว

"ผมไม่โกรธเลยครับ ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แล้วผมก็เดินหน้าไปต่อ ทุกสิ่งที่ได้ทำลงไปด้วยความเชื่อ ดีใจมากครับ ดีใจจนน้ำตาไหลเลย.."

ระหว่างนั้นยังมีเรื่องร่างกายที่ต้องดูแลตามปกติ ทั้งฟอกไตรวมทั้งเปลี่ยนสายระบายปัสสาวะที่ติดตัวเวลาออกไปข้างนอก สิ่งเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว อยู่ร่วมกับการเดินตลาด ช่วงพัก และเวลาอธิษฐานโดยแทบไม่ต้องแบ่งว่าอะไรเป็นชีวิตส่วนไหน ตลาดยังเปิด ผู้ฅนยังเดินผ่าน เช้าวันไหนอากาศเป็นใจก็เตรียมตัวออกไปตามเดิม ถ้าฝนมาแรงจนออกจากบ้านลำบาก วันนั้นก็พักร่างกายไว้ก่อน แล้วค่อยเริ่มใหม่เมื่อพร้อม ความตั้งใจในวันนี้ยังอยากทำต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่ชีวิตจะพาไป พร้อมกับหวังว่าจะได้เห็นหนุ่มสาวอนุชนเติบโตขึ้นด้วยความกล้าในแบบของตัวเอง เวลาพูดถึงวันข้างหน้า น้ำเสียงยังนิ่งอย่างเบาสบาย ไม่มีท่าทีรีบเร่งให้ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นทันที วันไหนมีแรงก็ออกไป วันที่ร่างกายขอพักก็พัก แล้วค่อยกลับมาเริ่มกันใหม่ สิ่งที่เชื่อยังคงมีความหมายเหมือนเดิม และก่อนออกจากบ้านแต่ละครั้ง ยังมีช่วงเวลาเงียบ ๆ สำหรับอธิษฐานเหมือนวันแรก

แสดงความคิดเห็น