Views...ครั้ง

เพื่อนขีดเส้นใต้ 'อ.แป๊ก' วันพุธที่มีหนังถูกปาก.. และฅนคอเดียวกัน

“ความเป็น Wednesday Child เหมือนแบบลูกหมาหัวเน่า คนทิ้งขว้างไม่ได้สนใจดูแลใยดีเท่าไหร่ ผมดันเป็นลูกคนกลาง แล้วก็เกิดวันพุธพอดีเป๊ะเลยจับมันมาเป็นคอนเซ็ป (Concept)”

'วันพุธมันมีอะไร.. วันพุธมันเป็นวันถูกทอดทิ้ง' พูดเหมือนกำลังแซววันธรรมดาวันหนึ่ง ร้านบางร้านเลือกหยุด โรงหนังขายตั๋วถูกลง ตารางเรียนเบากว่าวันอื่น หลายฅนเพิ่งผ่านต้นสัปดาห์มา และกำลังมองเลยไปถึงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ วันพุธเลยค้างกลางสัปดาห์พอดี เมื่อคุยไปสักพัก ความบังเอิญเริ่มมาต่อกัน เกิดวันพุธ เป็นลูกคนกลาง และ Wednesday Child ที่เคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กกลับมา 'เออว่ะ..' เหมือนคำเก่า ๆ ที่คุ้นกันมานานแล้วเพิ่งได้หยิบขึ้นมาดูอีกที จากลูกคนกลางกับวันกลางสัปดาห์ บทสนทนาไหลต่อไปหาหนังที่รัก หนังนักศึกษา หนังอิสระ หนังเล็กที่ใช้เวลาทำกันหลายเดือน หลายปี บางเรื่องได้ขึ้นจอเพียงไม่กี่รอบ เพิ่งเริ่มมีฅนจำชื่อได้ ตารางฉายก็เปลี่ยนเสียแล้ว 'ผมรู้สึกว่าอะไรที่ถูกทอดทิ้ง มันต้องมีแรงกระตุ้นสักอย่างหนึ่ง เพื่อให้คนเป็นที่รู้จักได้' หลังประโยคนั้นจบ ชื่อ 'พุธฉาย' ฟังเข้าที่ขึ้นมาทันทีเป็น WEDNESDAY SHINE ที่ติดมากับเจ้าตัวตั้งแต่เด็ก มาถึงเรื่องบนจอที่ยังอยากมีเวลาให้ใครสักฅนได้รู้จัก.. ช่วงเย็น ประตูเปิด ฅนเริ่มทยอยเข้ามา ที่นั่งเริ่มมีเจ้าของ จอข้างหน้าสว่างขึ้น แล้วโลกอีกใบเริ่มทำงาน สำหรับฅนคอหนัง ที่นี้ไม่เคยเงียบ มีทั้งภาพ เสียง เรื่องเล่า รสที่ชอบไม่เหมือนกัน และเพื่อนบนจอที่นั่งคุยด้วยกันได้จนจบเรื่อง

“พอหนังฉายเสร็จผมก็จะไปยืนเปิดประตูหน้าโรงให้ ถามว่าเป็นไงบ้างครับหนัง.. มันอาจจะไม่ได้สนุกแบบสมบูรณ์ (Perfect) นะ แต่มันเป็นหนังที่เขาไม่สามารถไปหาดูที่ไหนได้ ณ ตอนนี้ เลยนอกจากที่ผม”

'ผมโคตรตื่นเต้น' คำตอบมาแทบจะทันทีเมื่อย้อนกลับไปถึงวันแรก แล้วก็พูดต่อว่าจนถึงวันนี้ความรู้สึกนั้นยังอยู่ วันไหนภารกิจไม่หนัก เจ้าของโรงยังกลับมาที่เดิม ช่วงเย็นมีฅนเดินผ่าน ชะลอเท้า แล้วมองเข้ามาอยู่พักหนึ่ง

.............. 'นี่อะไรอ่ะคะ'

....'โรงหนังครับ'

อีกฝ่ายยังยืนมองอยู่ ประตูถูกเปิดให้ดูด้านใน 'เข้ามาดูเลยครับ' จากนั้นเสียงข้างนอกค่อย ๆ จางลง ประตูปิด ไฟดับ เหลือเรื่องบนจอเดินต่อไปตามเวลา ผ่านไปพักใหญ่ ประตูบานเดิมเปิดขึ้น ฅนดูทยอยเดินออกมา และมีประโยคหนึ่งรออยู่ที่ทางออก 'หนังเป็นไงบ้างครับ' สนุกบ้าง ชอบกว่าที่คิดบ้าง เพิ่งรู้ว่ามีหนังแบบนี้ให้ดูที่นี่บ้าง เรื่องเดียวกันจึงออกจากห้องไปพร้อมรสของแต่ละฅน คืนไหนรสไหนถูกปาก สีหน้าหลังประตูเปิดก็บอกอะไรได้มากพอแล้ว รสของแต่ละฅนไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งหมด แค่เจอรสที่ใช่ ประโยคหลังหนังจบมักสั้นลงเอง

ก่อนจะมายืนเปิดประตูโรงหนังนี้ อ.แป๊ก พุทธชาติ หงสกุล ใช้ชีวิตกับงานสื่อมาเกือบสามทศวรรษ ผ่านทั้งสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ โฆษณา และงานโปรดักชัน ก่อนวันหนึ่งจะกลับเข้ามหาวิทยาลัย คราวนี้กลับมาเป็นอาจารย์ด้านการผลิตสื่อสร้างสรรค์ คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่เรื่องของจอเริ่มก่อนหน้านั้นนานแล้ว ตอนประถมเคยเอาเครื่องฉาย 8 มม. มาทำโรงหนังเล็ก ๆ ที่บ้าน โตขึ้นก็ยังวนเวียนกับการฉาย จัดไฟ จัดเสียง และการเล่าเรื่อง จนมาเป็นฅนสอนทำหนัง ของนักศึกษาหลายเรื่องใช้เวลาทำกันเป็นเดือน เป็นปี แล้วก็เหลือคำถามสั้น ๆ ว่า 'จะฉายที่ไหน' หลายสิบปีหลังจากเด็กฅนหนึ่งเคยหาเครื่องฉายให้ตัวเอง เรื่องเดิมกลับมาในอีกหน้าตาหนึ่ง คราวนี้ไม่ใช่หนังที่ตัวเองอยากดู แต่เป็นเรื่องของลูกศิษย์และคนทำหนังอีกหลายฅนที่กำลังมองหาจอของตัวเอง และพุธฉายเริ่มมีรูปร่างขึ้นจากจุดนั้น

“ผมไม่สนใจ Platform นะ.. ผมบอกว่าผมยืนอยู่ตรงเนี้ย Standalone ของผมอยู่ตรงเนี้ย ถ้าคุณชอบมาหาผมสิ แล้วเราจะมี Participate กัน มันได้คุย ได้พูด ได้แนะนำ”

ชื่อหนังบางเรื่องเลยไม่ได้หายไปหลังคืนแรก ผ่านไปสัปดาห์หนึ่ง ชื่อหนังยังอยู่บนตาราง หลายสัปดาห์ผ่านไป ชื่อเดิมยังกลับขึ้นจอเรื่องเดิมแต่ฅนที่มานั่งดูเปลี่ยนไป 'เรียกว่าซ้ำไม่ได้ เพราะฅนดูที่มาดูยังไม่เคยซ้ำเลย' คืนนี้อาจเป็นฅนที่ตามเรื่องนี้มานาน อีกคืนอาจเป็นฅนที่เพิ่งเห็นชื่อเป็นครั้งแรก รสเดียวกันไม่ต้องถูกปากพร้อมกันทั้งเมือง ต่างฅนต่างมีเวลาของตัวเอง 'ผมยืนอยู่ตรงเนี้ย เป็นพื้นที่อิสระของตัวเอง (Standalone) ของผมตรงเนี้ย ถ้าคุณชอบมาหาผมสิ แล้วเราจะมีส่วนร่วม (Participate) กัน' คำว่า 'มาหาผมสิ' เลยไม่ต้องต่อด้วยคำชวนอีกยาว ใครคุ้นรสนี้ก็รู้กัน ส่วนใครเพิ่งเดินมาเจอ ยังมีที่ให้นั่ง ชื่อหนังยังอยู่บนตาราง ส่วนฅนคอเดียวกันเริ่มคุ้นทางขึ้นมาเอง

“ผมไม่เอาแบบ Event รอบสองรอบแล้วจบไปอ่ะ ผมอยากฉายอย่างน้อยอยู่กับผมสักเดือนนึงได้ไหม สองเดือนสามเดือนก็ว่ากันไป..”

หนึ่งเดือน สองเดือน สามเดือน สำหรับหนังเรื่องหนึ่งนานพอให้ฅนที่พลาดวันแรกยังเดินมาเจอ ชื่อที่เคยผ่านตาเฉย ๆ เริ่มคุ้นขึ้นมา และเรื่องที่ยังไม่ถูกปากเมื่อวาน ก็ยังมีคืนอื่นให้ลองนั่งด้วยกันต่อ ถามถึงสิ่งที่ทำให้รู้ว่าทางนี้ยังใช่ คำตอบก็กลับไปหาคนทำหนัง 'การได้ตอบสนองและมีพื้นที่ฉายให้กับคนทำหนังอิสระพวกนี้.. มันตอบโจทย์ผมที่สุดแล้วมันใช่ที่สุด' เรื่องรายได้แวะเข้ามาในบทสนทนาเพียงครู่เดียว ก่อนชื่อหนังที่ส่งเข้ามา หนังที่กำลังรอคิว และเรื่องที่ยังฉายอยู่จะกลับมาเป็นเรื่องหลักของบทสนทนา เรื่องหนึ่งเพิ่งเข้ามา อีกเรื่องฉายมาหลายสัปดาห์ บางชื่อคุ้นตาเสียจนไม่ต้องอ่านซ้ำ ส่วนชื่อที่เหลือยังมีเวลาของตัวเองอยู่ข้างหน้าให้คนได้รู้จัก

ค่ำวันพุธผ่านไป ตลาดข้างนอกยังเดินต่อ ตารางฉายยังอยู่ที่เดิม ชื่อเรื่องหนึ่งยังค้างมุมเดิมเหมือนเมื่อคืน ใครฅนหนึ่งเดินมาถึง หยุดอ่านเพียงครู่ แล้วเปิดประตูเข้าไป ไม่ถามอะไรต่อ รสนี้.. คุ้นกันดี ป้าย 'พุธฉาย' เหนือประตูรับแสงอยู่เงียบ ๆ ยิ่งเดินลึกเข้าไปข้างใน เสียงจากตลาดยิ่งเบาลง ที่นั่งเริ่มมีฅน จออยู่ตรงหน้า ประตูด้านหลังค่อย ๆ ปิดลง 'WEDNESDAY SHINE..' คืนนี้ได้เวลาฉายแล้ว

แสดงความคิดเห็น