กันยายน 2569 × ฅนส่วนใหญ่กำลังพูดกับชีวิตของตัวเองว่าอย่างไร?
Emotional Weather Note 🍎
วันนี้เราไม่ได้มาตั้งโต๊ะสัมภาษณ์เพื่อตัดสินอะไร? ฟิลลิปส์เพียงแค่ตั้งใจบันทึกช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตของผู้ฅน บอกเล่าเรื่องราวธรรมดาที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตช่วงนี้ อาจเป็นสิ่งที่คุณทำบ่อยที่สุด หรือกิจกรรมที่ใช้เวลาด้วยมากที่สุด
แบบฟอร์มนี้จะไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เปิดรับฟังตั้งแต่ 1 - 30 กันยายน 2569 เท่านั้น บันทึกที่รวบรวมไว้ในหน้านี้ทั้งหมด 139 ข้อความ ทุกเสียงถูกรวบรวมด้วยความเคารพ แล้วจัดเรียงเป็น 'บันทึกสภาพอากาศของผู้ฅนธรรมดา' สิ่งนี้ไม่ใช่งานวิจัยเชิงสถิติ แต่เป็นเสียงสะท้อนของผู้ฅนที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม
SUN
สภาพอากาศสดใส แดดจ้า
สภาพอากาศสดใส แดดจ้า
└── ยังมีทาง : เสียงกลุ่มนี้กำลังมองเห็นโอกาส เริ่มใหม่ หรือพบเหตุผลเล็ก ๆ ที่อยากไปต่อ
คิดเป็น 21.6%
- ● ลาออกจากงานแล้วมาขายของตัวเอง ล้มลุกบ้าง สนุกบ้าง เหนื่อยบ้าง แต่โคตรท้าทาย ถ้าสำเร็จขึ้นมา ก็เพราะใจตัวเองล้วน ๆ
- ● เห็นข้อความหนึ่งบอกว่า ถ้าคิดการใหญ่ก็ให้ดันสุด เผาสะพานทิ้ง ไม่ให้หันหลังกลับ จะได้สู้ ก็ว่าจริงนะ เคยลาออกแบบฟ้าผ่า ทั้งที่ไม่มีเงินเก็บสักบาท และมีหนี้ต้องจ่ายทุกเดือน ตอนนั้นคิดว่าเอาไงดี แต่พอไม่มีทางเลือกก็ใส่สุดทุกอย่างที่มีแหละ
- ● ออกจากงานประจำมา 4 ปีแล้ว รู้สึกอิสระทั้งการใช้ชีวิต และหาเงิน ตอนทำงานประจำต้องประหยัดให้พอชนเดือน แต่ตอนนี้มีรายได้หลายทาง เงินไม่ขาดมือ มีเงินเก็บ สร้างบ้าน ซื้อรถ ได้ทำงาน ได้ใช้ชีวิต ได้เที่ยวด้วย
- ● ขายปาท่องโก๋กับน้ำขิงอยู่ ฅนยังต้องกินทุกวัน ความหิวนี่แหละเป็นสัญญาณบอกเล่ามาที่ดังที่สุด เป็นกำลังใจให้นะ อายุเท่าไหร่ก็เริ่มใหม่ได้ สู้ ๆ
- ● ออกมารับเหมาแล้ว รู้งี้ออกมาตั้งนาน เหมาปีเดียวรายได้เท่ากับทำงานมา 15 ปี
- ● ออกจากงานประจำมา 1 ปีแล้ว สบายใจที่สุด มาเปิดร้านแยกจากครอบครัว ลงทุนเอง โชคดีที่ค่าเช่าถูก ทำเลก็ดี แต่ก่อนจะค้าขายอะไร ต้องดูให้เยอะจริง ๆ
- ● ทำเอเจนต์อิสระ ปล่อยเช่าบ้านกับคอนโด ต้องขยันโพสต์ตลอด เดือนนี้ปิดได้แค่ห้องเดียว แต่ไม่ท้อ ยังต้องไปต่อ
- ● ถ้าไม่เริ่ม ก็เหมือนเดิมทั้งชีวิต ปีไหน ๆ ก็ได้ยินว่าเศรษฐกิจไม่ดี แล้วต้องรออีกนานแค่ไหนกว่าเศรษฐกิจจะดี หมดแรงก่อนแล้วมั้ง
- ● ขายน้ำอยู่ วันแรกขายได้ 83 แก้ว หลังจากนั้นเหลือวันละ 30–40 แก้ว วันที่น้อยสุดขายได้ 7 แก้วทั้งวัน โคตรท้อ แต่ค่อย ๆ อยู่ตัว ภายใน 3 เดือนก็ขายได้วันละร้อยกว่าแก้ว ตอนนี้มีร้านเล็ก ๆ สองสาขาแล้ว ถึงอย่างนั้น ถ้างานประจำไม่ได้มีปัญหามาก ก็อย่าเพิ่งออก ลองทำเสริมก่อนจนรายได้ดีพอ แล้วค่อยดูอีกที
- ● ขายของตามตลาดนัดอยู่ ขายดีมาก แต่ต้องเลือกของที่ไม่ซ้ำกับฅนอื่น เห็นเขาขายดีก็อย่าขายตามเหมือนกันหมด อยู่ที่เดิมอาจสบาย แต่ขายได้ไม่เยอะ เงินหมุนยาก ตลาดนัดเหนื่อยนะ แต่ถ้าขยันออกไปขายก็ได้ทุกวัน
- ● เพื่อลูก ยังไงก็ต้องไปต่อ ทำใจยอมรับความจริง แล้วเริ่มต้นใหม่ อะไรที่ยังไม่รู้ก็หาความรู้เพิ่ม แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ฟื้น จากประสบการณ์ที่เคยผ่านมา
- ● ต้องส่งหนี้นอกระบบสี่เจ้า วันละสี่พัน พอสี่โมงเย็นโทรศัพท์ก็เริ่มดัง บางวันไม่อยากลืมตาตื่น เจ้าหนี้มาถึงบ้านจนต้องปิดไฟหลบ ทรมานมาก สุดท้ายเปิดอกคุยกับแฟน แล้วค่อยเจรจาทีละเจ้า เจ้าไหนไม่คุยก็ต้องย้ายหนี ตอนนี้กินอิ่มนอนหลับ มีงานใหม่แล้ว สัญญากับตัวเองว่าจะใช้ชีวิตให้ดี และไม่ทิ้งฅนที่จับมือผ่านวันนั้นมาด้วยกัน
- ● ชีวิตนี้ไม่มีอะไรให้ขาดทุนหรอก เกิดมาก็มือเปล่า วันหนึ่งก็เอาอะไรไปไม่ได้ ทำสิ่งตรงหน้าให้ดีที่สุด แล้วผ่านไปทีละวัน สู้ต่อ ของนอกกายเสียไปก็หาใหม่ได้
- ● รายได้เคยหายไปเดือนละเกือบ 100 ล้าน จนเหลือแค่หมื่นบาท ตอนนี้เริ่มขยับขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ไม่อยากจมกับเรื่องที่ผ่านมา คิดแต่ว่าจะทำยังไงให้รายได้กลับมาดีกว่าเดิม มองไปข้างหน้าอย่างเดียว
- ● ทุกวันต้องบอกตัวเองว่าอดทนไว้ ต้องผ่านไปให้ได้และมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม สามปีกว่าแทบไม่ได้ใช้ชีวิต ไม่ได้กินของอร่อย ไม่ได้เที่ยว ไม่ค่อยได้อยู่กับลูก ทำงานหาเงินใช้หนี้อย่างเดียว พอหนี้หมด ถึงได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง ขอให้ฅนที่กำลังเจออยู่ผ่านมันไปได้เหมือนกัน
- ● ขอให้เจอฅนที่เข้าใจตัวตนในเร็ววันนะ เห็นชอบถ่ายรูปเครื่องบิน วันไหนเหงามาก ๆ ลองถือกล้องไปถ่ายอะไรที่ชอบดู เผื่อวันนั้นจะมีสีสันขึ้นอีกหน่อย
- ● เคยคิดว่ามีแฟนแล้วจะหายเหงา แต่ฅนรักก็ไม่ได้เติมเต็มทุกอย่างให้ได้ เลยอยากกลับมาดูแลใจตัวเองก่อน เบื่อก็ไปเดินสวน ออกกำลังกาย เรียนอะไรใหม่ ๆ ความเหงาไม่ได้เกิดกับฅนเดียวหรอก
- ● อยู่ฅนเดียวก็อิสระดี อยากไปวิ่ง ว่ายน้ำ เข้าโยคะ ไปเวิร์กช็อป ไม่ต้องรอใคร เคยไปเที่ยวฅนเดียว พักโฮสเทลแล้วได้เพื่อนใหม่ แค่เปิดใจทักกัน ทุกวันนี้ยังสอนพิเศษเด็กฟรีด้วย โอ๊ย ชีวิตดีออก สนุกจนไม่มีเวลาเหงา
- ● เคยลองไปแคมปิ้งฅนเดียวจนชิน ตอนอยู่เงียบ ๆ กับธรรมชาติถึงค่อยได้ฟังใจตัวเอง ตอนนี้หลงรักทั้งทะเล แม่น้ำ ภูเขา แล้วก็เพื่อนดี ๆ ที่เจอระหว่างทาง ลองให้เวลาตัวเองได้พักดูนะ
- ● อายุ 34 หมดตัว เกือบติดคุก แฟนทิ้ง ทรัพย์ถูกอายัด น้ำหนักลดแปดกิโลในสิบวัน แต่ก็รอดมาได้ วันนั้นทำให้มองโลกเปลี่ยนไป ล้มบ้าง แพ้บ้างก็ได้ หกล้มแล้วค่อยลุกขึ้นยืนใหม่
- ● ลาออกจากงานไปทำธุรกิจกับเพื่อน แล้วถูกโกงจนแทบหมดตัว ต้องกลับไปเริ่มงานประจำใหม่ตอนอายุ 38 ตอนนี้ 41 ชีวิตลงตัวขึ้นมาก กำลังจะแต่งงาน สิ่งที่เสียไปแล้วต้องตัดใจให้ได้ แล้วเดินต่อ
- ● เคยถูกฟ้องเป็นเงินเกือบร้อยล้าน ตอนอายุ 35 อีกไม่กี่ปีก็ถูกสั่งล้มละลาย ตอนนี้ 43 แล้ว กลับมีไฟมากกว่าเดิม ไม่อยากเรียกว่าล้มเหลว อย่างน้อยสิ่งที่ผ่านมาก็กลายเป็นประสบการณ์
- ● เคยถูกแฟนที่คบกันมาหลายปีทิ้ง หลังจากยอมปล่อยโอกาสเรียนต่อเพื่อวางแผนชีวิตด้วยกัน ช่วงหนึ่งหมดความมั่นใจ และเสียใจที่เลือกผิด จนถามตัวเองว่าจะหยุดอยู่แค่นี้จริงเหรอ เลยถือแฟ้มออกหางานแล้วทุ่มกับมัน หลายปีต่อมาได้ย้ายไปทำงานเมืองนอก มีครอบครัว และลูกแล้ว โอกาสที่เสียไปสร้างคืนไม่ได้ แต่โอกาสใหม่สร้างได้
- ● เคยฝันว่าอยากเป็นนักบินอวกาศ ตอนนี้เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ เงินเดือนไม่ถึงหมื่น แต่ก็ส่งน้องชายเรียนอยู่ เป็นทั้งโลกทั้งใบของน้องชายเลย
- ● ตอนเป็นหนี้จนต้องขายทรัพย์สินเกือบหมด เหลือแค่โทรศัพท์กับมอเตอร์ไซค์ เคยนั่งกินข้าวไป ดูรูปพ่อแม่ไป น้ำตาไหลอยู่ฅนเดียว วันนี้ผ่านจุดนั้นมาได้แล้ว มีสติ มีเงิน และมีความสุขดี
- ● ลูกกับสามีนี่แหละ ลูกมองว่าแม่รวยเสมอ ส่วนสามีก็ถามทุกวันว่า มีเงินใช้หรือเปล่า แค่นี้ก็ใจอุ่นแล้ว
- ● ชีวิตมันไม่แน่นอน วันนี้ติดลบก็ไม่ได้แปลว่าจะลุกขึ้นมาอีกไม่ได้ ตอนมีมากก็อย่าหลง ตอนลงก็อย่าเพิ่งท้อ ค่อย ๆ อยู่กับวันนี้ไป.. เครียดก็เป็นหนี้ ยิ้มก็ยังเป็นหนี้เหมือนกัน งั้นวันนี้ขอยิ้มก่อนแล้วกัน
- ● วันที่โดนโกงจนหมดตัว มือสั่นไปหมด สามีไม่ได้ซักอะไรสักคำ แค่ยกข้าวมาตั้งให้แล้วบอกว่า กินก่อน เรื่องอื่นค่อยคิด พ่อแม่ พี่น้อง ลูก แล้วก็ลมหายใจที่ยังมีอยู่ แค่นี้ก็ยังมีเหตุผลให้ตื่นมาอีกวัน
- ● หมูกระทะนี่แหละ นึกถึงแล้วก็อยากไปต่ออีกวัน แม่คือทุกอย่าง ทั้งกำลังใจ ฅนที่คอยช่วยพยุง แล้วก็กับข้าวฝีมือแม่ที่กินเมื่อไรก็รู้สึกดี
- ● ทุกฅนมีความสำเร็จของตัวเอง กินข้าวหมดจาน ได้ซื้อของที่ตัวเองอยากกิน เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ก็เป็นความสำเร็จเหมือนกัน
PARTLY SUNNY
มีเมฆบังเล็กน้อย อากาศดี
มีเมฆบังเล็กน้อย อากาศดี
└── ตั้งหลัก : เสียงกลุ่มนี้กำลังคิดเผื่อ เลือกทางที่พอไหว และบางเสียงใช้มุกประชดกับเรื่องที่พบเจอ
คิดเป็น 46.8%
- ● ตอนนี้แม่ค้าเยอะกว่าลูกค้าแล้ว ร้านไหนเจ๋งจริง ถึงจะรอด
- ● เดินตลาดตอนนี้เห็นแต่คนขาย คนซื้อไม่ค่อยมี ใครลาออกจากงานประจำก็มาขายของกัน
- ● ออกจากงาน เพราะบอสท็อกซิก ทั้งหนี้ก็ยังมี งานรองรับก็ไม่มี ไปหาจิตแพทย์ หมอบอกเป็นแพนิค ระแวงแม้แต่เสียงเตือนไลน์ ตอนนี้ยังรักษาต่อและส่งเรื่องฟ้องกรมสวัสดิการแล้ว แม้ยังไม่ได้หางาน แต่เชื่อว่ามีทางออก สุขภาพจิตก็ดีขึ้นฅนละเรื่องเลย
- ● ทำทุกวันแทบไม่มีเวลา อยากมีลูก พอมาเปิดกิจการเอง ป่วยแค่ไหนก็ไม่กล้าปิดร้าน เสียดายรายได้ ท้องเสีย อ้วก มีไข้ก็ยังรับลูกค้าทุกวัน พอมีลูกจริง ๆ กลับต้องปิดกิจการไม่มีใครช่วยเลี้ยง ถ้าถามว่าสบายใจไหม ก็สบายใจมาก แต่ถ้าอยากให้กิจการเดินต่อได้ และมีเวลาใช้ชีวิตด้วย ต้องมีฅนมาช่วยงาน
- ● ก่อนออกจากงานประจำควรมีทักษะอย่างอื่นติดตัว ลองเรียนรู้ ลองผิดลองถูกไว้ก่อน โดยเฉพาะค้าขายที่ดูเหมือนง่าย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ เห็นหลายฅนออกมาแล้วเพิ่งรู้ว่าหางานใหม่ยาก เลยอยากให้คิดถึงผลที่จะตามมาให้รอบคอบ เรื่องนี้คิดไว้ตั้งแต่เริ่มทำงานแล้ว ตอนนี้ใกล้เกษียณก็เลยไม่กลัวมาก
- ● ถ้ามีภาระอยู่ ตอนนี้ไม่ค่อยอยากให้มาขายของเลย วัตถุดิบแพงขึ้น แต่จะขายแพงตามก็ไม่ได้ ลูกค้าไม่มีกำลังซื้อ กำไรเลยเหลือนิดเดียว ถ้าไม่มีภาระมากก็ยังพออยู่ได้ ลองดู
- ● ทำงานประจำไปด้วย หารายได้พิเศษไปด้วยก็สบายใจดี ถ้าธุรกิจช่วงไหนไม่ดี อย่างน้อยก็ยังมีเงินเดือน
- ● สิ่งที่คิดไว้กับตอนลงมือจริงมักไม่เหมือนกัน ถ้าจะลาออกก็ควรมีเงินสำรอง มีฅนในบ้านช่วยรองรับ หรือทำงานเสริมจนเลี้ยงตัวเองได้ก่อนไหม
- ● ถ้าอยากลองก็ลองดู ความพยายามพาไปได้หลายอย่าง แต่เตรียมตัวเตรียมใจไว้ด้วยว่า เหนื่อยกว่างานประจำแน่ ฅนขายของรู้กันว่าช่วงหลายปีมานี้มันไม่ง่ายเลย
- ● ขายตามตลาดนัดก็ได้ดีอยู่ ถ้าไม่เจอฝน ที่ลาออกจากงานประจำก็ เพราะเจอหัวหน้าท็อกซิก เลยตัดสินใจมาขายของเอง แต่อย่าเป็นหนี้รายวันนะ
- ● ลาออกแล้ว อยู่ไม่ไหวจริง ๆ นอนร้องไห้ทุกวัน เพื่อนร่วมงานก็รวมกันเป็นกลุ่มจนทนไม่ไหว ออกมาตายเอาดาบหน้า ทำได้แค่สู้ อย่างน้อยก็สบายใจ
- ● ถ้าจะลงทุน ตอนนี้มีแต่ของกินเล่น ขายกับข้าว ที่พอทำได้ อย่างอื่นยังไม่ควรลง
- ● ออกจากงาน มา 4 ปี ตอนนั้นมีเงินเก็บไว้ลงทุน 1 ล้าน ตอนนี้มีหนี้ 2.5 ล้าน แต่ในหนี้ก็มีทั้งอาชีพ รถ และบ้านอยู่ด้วย
- ● พอฝนตก ลูกค้าก็หายเลย ถ้าค้าขาย ตอนนี้เงียบมาก มีงานประจำอยู่ก็อย่าเพิ่งลาออก
- ● อย่าเชื่อใครจนไม่ได้ลองเอง แต่ก็ต้องไม่ประมาท ประหยัด คิดให้รอบ แล้วค่อยลงมือ ถ้ามีงานประจำก็ทำไว้ก่อน อย่างน้อยยังมีเงินเข้าทุกเดือน ออกมาทำเองบางทีอดสองมื้อกินหนึ่งมื้อก็มี ตอนนี้มาทำเกษตรเอง เหนื่อย สุด ๆ แต่สบายใจ ถ้าไม่มีหนี้ให้ต้องกังวล
- ● ปีนี้เลือกไปขายตามงานประจำปีที่ค่าที่ไม่แรง เดินทางไม่ไกล ต้องเซฟตัวเองกับค่าใช้จ่ายให้มาก กว่าจะเจอลู่ทางขายของ ใช้คำว่าอดทนเปลืองมาก แต่ถ้าเจอทางแล้วก็ต้องสู้ให้สุดใจ เป็นนายตัวเองนี่ทำงานเกิน 16 ชั่วโมงแน่นอน
- ● วาดรูปดิจิทัลขายต่างประเทศ สบายใจดี แต่แข่งขันสูง ถ้างานไม่โดดเด่นก็อยู่ยาก ต้องคิดทั้งค่าอุปกรณ์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต และค่า AI ให้ไหว ถ้าทำร้านออนไลน์จนอยู่ได้ ก็เหมือนสร้างอะไรไว้ส่งต่อโดยไม่ต้องรอบำนาญ
- ● ออกมาค้าขายได้ 5 ปี แรก ๆ รายได้ดีกว่าทำงานประจำมาก แต่ตอนนี้ขายอะไรยากขึ้น เงียบลงทุกปี ถ้ามีงานหลักดีอยู่แล้ว ค้าขายเป็นงานเสริมดีกว่า
- ● เศรษฐกิจไม่ดี แต่ก็ยังมีแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ บางรายไปได้ ต่างจากฅนอื่น กับเจอกลุ่มลูกค้าที่ใช่ ถ้าขายของเหมือนกันหมดแล้วต้องแข่งราคา ก็คงเหนื่อยมาก ต้นทุนกับทำเลก็สำคัญเหมือนกัน
- ● ทำข้าวกล่องส่งวันละ 30 กล่อง ควบคู่กับงานประจำอยู่ อยากลาออกเหมือนกัน
- ● ถ้าไม่มีเงินเก็บมากพอ หรือไม่มีพื้นที่ขายฟรี อย่าเพิ่งทุ่มมาค้าขาย เดือนที่ขายไม่ดีมาก ๆ มีจริง ช่วงนี้เศรษฐกิจก็แย่ ถ้าอยากลอง ให้ทำเสริมจากงานประจำก่อน รอจนร้านมีรายได้มั่นคงและมีเงินเก็บแล้วค่อยทำเต็มตัว
- ● กำลังมองงานราชการอยู่เหมือนกัน ทั้งสอบ ก.พ. และตำแหน่งที่ไม่ต้องใช้ผลสอบ เรียนบัญชีมาหลายปี มีใบประกอบวิชาชีพ ก็พอมีทางให้หาอยู่ ขายของตอนนี้รอดยาก ยิ่งมีสินค้าจากจีนเข้ามาแข่ง ฅนไทยค้าขายเหนื่อยมาก
- ● ก่อนจะขายอะไร อย่าลงทุนหมดตัวทั้งที่ยังไม่มีประสบการณ์ ลองสำรวจข้อมูลให้ดีก่อน
- ● กำลังจะปิดร้านน้ำแล้ว ไปหางานประจำทำแทน ถ้าไม่จำเป็น เกาะงานประจำไว้ก่อนดีที่สุด ขายของช่วงนี้ถ้าไม่มีจุดเด่น หรือจุดขายที่เจ๋งจริง
- ● ขายของกินก็มีคู่แข่งเยอะ ถ้าทำไม่อร่อยจริงก็ขายยาก ส่วนของทั่วไปก็ต้องแข่งกับร้านบนแพลตฟอร์มเต็มไปหมด
- ● พ่อค้าแม่ค้าเต็มบ้านเต็มเมืองแล้ว โค้ชก็สอนให้ฅนหนึ่งทำตั้ง 3 - 4 อาชีพ ลูกค้าเลยมีร้านให้เลือกเยอะ มีของใหม่ให้ลองตลอด ส่วนหนึ่งที่ขายยาก ยอดลด ก็คงเพราะแบบนี้
- ● ตอนเริ่มขายเครป ก็ยังทำงานประจำควบคู่กันไปก่อน พอขายขนมมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ มีลูกค้ากลับมาซื้อ ถึงค่อยลาออก ถ้าออกมาโดยยังไม่มีทักษะหาเงินทางอื่น ก็ต้องยอมรับว่าต้องแข่งเพื่อให้อยู่รอด ยุคนี้ไปทางไหนก็เจอคู่แข่งรอบตัว
- ● ไม่ใช่ทุกคนที่ออกมาทำแล้วจะได้เงินดี รายได้มันไม่แน่นอน ทำสองอย่างคู่กันอยู่ เหนื่อยมาก แต่คุ้มสุด ๆ
- ● หางานใหม่ไว้ก่อน ค้าขายอยู่ ขนาดมีลูกค้าประจำแล้วก็ยังยากเลย
- ● ยังไม่ได้ลาออก แค่มาลองขายก่อน ตลาดที่เห็นฅนเดินซื้อของกันเยอะ ทำไมไม่ค่อยมีใครมาซื้อที่ร้านเลยนะ วันแรกขายได้สองร้อยกว่าบาท ตอนนี้พยายามปรับร้านไปเรื่อย ๆ ดีที่ยังมีงานประจำ และเงินเดือนรองรับ ไม่งั้นคงเครียดมาก
- ● ไม่มีหนี้ก็พออยู่ได้ ไม่มีภาระก็อยู่ได้ดี แต่ถ้ามีทั้งสองอย่างนี่แทบตาย ทำงานประจำไว้ก่อนดีกว่า ถ้าอยากขายของก็หาเวลาทำเสริม อย่าทิ้งงานประจำเลย
- ● ขายของมาเกิน 20 ปี ปีนี้หนักที่สุดเท่าที่เคยเจอ ทุกวันนี้ฅนขายมากกว่าฅนซื้อแล้ว ถ้าจะอยู่รอด ต้องดูเรื่องต้นทุนให้ดีจริง ๆ
- ● ลาออกจากงานประจำมา 5 เดือน ขายของตามตลาดนัดอยู่ ก็โอเคมากสำหรับตอนนี้ มองว่าสินค้ากับทำเลร้านสำคัญ ช่วงแรกต้องบริหารต้นทุนให้ดี ทุกการลงทุนมันเสี่ยง
- ● เปิดร้านข้าวแกงมาได้สัก 5-6 เดือน สามเดือนแรกขาดทุนยับ เหมือนทำแจก ตักเยอะเอาใจลูกค้า เพิ่งมาเห็นกำไรในสามเดือนหลัง มีทั้งลูกค้าเก่า และขาจรแวะมา ขายดีบ้าง เงียบบ้าง
- ● เช็กสิทธิว่างงานของประกันสังคมด้วย ลองหาสิ่งที่ชอบแล้วไปเรียนเพิ่ม ขายผ่านแอปเดลิเวอรี่ก่อนก็ได้ ลงตลาดบ้างให้ลูกค้าจำ ทำโปรโมชั่นเท่าที่ไหว ถ้าไม่เวิร์คจริง ๆ ค่อยหางานใหม่
- ● ไม่ลาออก ทำสองอย่างคู่กันไป วันจันทร์ถึงศุกร์ทำงานประจำ วันหยุดเปิดร้าน คืนวันศุกร์เตรียมของ วันอาทิตย์ขายเสร็จก็ล้าง เก็บ แล้วเตรียมเสื้อผ้าสำหรับกลับไปทำงานประจำอีก
- ● เสื้อผ้าขายยากที่สุดเท่าที่สังเกตมา เงินจมอยู่นาน ต้องแข่งกับเสื้อผ้าที่ขายตามแอปออนไลน์ ถ้าจะลาออกจากงานประจำมาขายเสื้อผ้า คงต้องคิดหนักหน่อยเลยนะ
- ● ลูกชิ้นทอด ปิ้ง นึ่ง ดูเหมือนเริ่มง่าย เลยมีร้านขายกันเยอะมาก แต่ฅนไม่ได้กินลูกชิ้นกันขนาดนั้น ของกินเล่นอย่างอื่นก็คล้ายกัน เท่าที่สังเกต ฅนไทยไม่ได้ซื้อกินบ่อยเท่าร้านตามสั่ง
- ● ขนมบางทียังขายยากกว่าข้าว ถ้าคอนเซ็ปต์ไม่น่าสนใจจริง ๆ ต้องระวังต้นทุนให้ดี ขายเป็นชุดราคา 10–20 บาท ฅนยังพอซื้อ แต่ถ้าเกิน 40 บาท หลายฅนก็เริ่มมองกับข้าวแทน
- ● คาเฟ่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ถ้าซื้อแฟรนไชส์ก็อาจได้ลูกค้าอีกแบบ แต่ถ้าทำแบรนด์เอง ขายแก้วละ 30–50 บาท ก็เข้าถึงฅนได้หลายกลุ่ม อาจไม่ได้ขายดีมาก แต่พอขายได้เรื่อย ๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นกับทำเล
- ● สาย ฝ มาแล้วลินคอร์น จากช่องแคบฮอร์มุซสู่ช่องแคบพัทยา 😁 ลงเรือมาแล้วคำแรกที่ฝรั่งจะพูดคืออะไรนะ คงซ้อมภาษาไทยสี่คำนั้นมาอย่างดี.. บะ หมี่ อยู่ ไหน
- ● เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย ทหารเมกันกี่นาย ถ้าแรงกระแทกเกิดพร้อมกัน แผ่นดินจะไหวจนมีสึนามิไหมเนี่ย
- ● รอบนี้จะมีลูกครึ่งไทย–สหรัฐเกิดขึ้นกี่ฅน ระวังขีปนาวุธร่อนจากเตหะรานด้วย อย่าเที่ยวเพลินจนลืมระวังตัว
- ● ดูราคา iPhone 18 Pro สิ อย่างแพง นี่โทรศัพท์หรือเงินดาวน์บ้าน แต่ 17 Pro ในมือยังลื่นไหลดีอยู่ ใครไหวไปก่อน จำช่วง iPhone 11 ได้ไหม ตอนนั้นราคาลงมาแล้วนะ พอมารอบ iPhone 18 Pro ตัว Pro ขึ้นอีกห้าพัน Pro Max อีกสี่พัน ขนาด 17 รุ่นธรรมดายัง 34,900 เลย
- ● เห็นราคา iPhone 18 Pro แล้วกอด iPhone 16 แน่นกว่าเดิมเลย ใครไหวไปก่อน เครื่องนี้ยังใช้ได้ดีอยู่ ราคาไม่ได้ขึ้นเยอะอย่างที่คิด Duo ก็น่าสนใจ แต่ถ้าใช้แค่เล่นโซเชียล ดู YouTube ไม่ค่อยถ่ายรูป จะจ่ายขนาดนั้นไปทำไม
- ● iPhone 18 Pro สีเบอร์กันดีสวยไหม สีดำก็กลับมาแล้วนะ แต่พอดูทั้ง 18 Pro กับ Duo ก็ยังไม่ว้าวเท่าไร รอดู Air 2 ต่อก่อนดีกว่า
- ● เคยทุกข์จนไม่รู้จะทุกข์ยังไง หาทางออกก็ไม่เจอ โชคดีมีเพื่อนพาไปร้องเพลงในคริสตจักร หนี้ยังไม่หมด แต่ความทุกข์ลดลง แล้วก็ค่อย ๆ จ่ายหนี้ไป
- ● มันเหมือนอยู่ฅนเดียวบนโลก หาคำตอบเท่าไรก็ไม่เจอว่ามีชีวิตไปเพื่ออะไร เดี๋ยวนี้เลยเลิกบังคับตัวเองให้ดีที่สุด อยากหัวเราะก็หัวเราะ เศร้าก็ร้องไห้แม่งเลย เหงาก็ทักชวนฅนคุย เดี๋ยวมันก็เช้าอีกวัน
- ● ชีวิตแต่ละช่วงไม่เคยมีครบทุกอย่าง เมื่อก่อนมีเพื่อนแต่ไม่มีแฟน ตอนนี้มีแฟนแต่ไม่ค่อยมีเพื่อน บางฅนยังมีหนี้ หรือมีฅนในบ้านป่วยให้ดูแลอีก แค่อยากฝากไว้ให้คิดว่าแต่ละฅนกำลังแบกเรื่องต่างกัน
- ● อยู่ฅนเดียวก็ไม่ได้แย่ ไม่ต้องมีครอบครัวหรือภาระให้กังวล เหงาก็ไปเที่ยวบ้าง สบายใจดี ความรักมันยากจริง ๆ
- ● ล้มตอนอายุ 40 แบบหมดทุกอย่าง ทั้งที่ไม่ได้เป็นฅนก่อเรื่อง แต่ก็ต้องรับผลไปด้วย ผ่านมาสามปีแล้วเริ่มคล่องตัวขึ้น ถึงจะยังไม่มีเหลือเฟือ ทุกวันยังต้องเตือนตัวเองว่าอย่าพลาดซ้ำ และต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้
- ● เคยช่วยครอบครัวทำร้านอาหารไทย ขายดีจนไม่เคยคิดว่าเงินจะขาดมือ แล้ววันหนึ่งร้านถูกขายโดยไม่ทันรู้ตัว เงินเก็บค่อย ๆ หมด ต้องขายของใช้เพื่อหาค่าตั๋วกลับไทย ตอนถือตั๋วไว้ในมือดีใจจนร้องไห้ กลับมาแล้วขายทั้งโทรศัพท์และของสะสมเพื่อประคองชีวิต ยังไม่มั่นคง แต่เริ่มหายใจคล่องขึ้นแล้ว
- ● เคยนั่งคิดอยู่หลายวันว่าถ้าตายไป หนี้จะจบไหม ฅนข้างหลังจะต้องรับแทนหรือเปล่า สุดท้ายบอกตัวเองว่าพรุ่งนี้ยังต้องอยู่ต่อ ซีรีส์ยังดูไม่จบเลย วันนี้ก็ใช้ชีวิตแค่วันนี้ แบกเท่าที่ไหว อะไรไม่ไหวก็วางบ้าง
- ● ตอนอายุ 26 ถูกฅนรักที่สร้างบริษัทมาด้วยกันโกงจนเหลือแต่หนี้หลายล้าน เสียหลักไปหลายปี เคยคิดอยากจบชีวิต ตอนนี้อายุ 30 กำลังเริ่มใหม่ อยู่บ้านแม่ ขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้วันละสองสามร้อยไว้กินข้าว เหนื่อยได้ ท้อได้ พักได้ แต่ยังไม่อยากยอมแพ้
- ● คิดว่าสตาร์บัคส์แพงแล้ว เดี๋ยวนี้กาแฟบางคาเฟ่แพงกว่าอีก เมื่อสามสี่ปีก่อนเข้าคาเฟ่แทบทุกอาทิตย์ ตอนนี้เลิกเข้าไปเลย ชากาแฟตามร้านแพงจนหันมาซื้อผงชงเอง ลดไปเยอะเหมือนกัน
- ● ชอบพิซซ่าซีฟู้ดส์มาก แต่พอเห็นถาดกลางถึงใหญ่ราคาไปสี่ห้าร้อย ก็คิดว่าเงินเท่านี้ไปกินบุฟเฟต์ได้แล้ว พิซซ่าที่เคยมองเป็นของกินเล่นเลยแทบไม่ได้กินอีก
- ● ปลาหมึกบดนี่จำราคาได้เลย เมื่อก่อนสิบบาทได้สามตัว เดี๋ยวนี้สามตัวร้อย จะเคี้ยวแต่ละทีต้องคิดแล้ว
- ● กุ้งแช่แบบวงกลมที่มีน้ำจิ้ม เคยซื้อร้อยสามสิบเก้า ล่าสุดเห็นร้อยเจ็ดสิบสอง ยังไม่ทันครบปีเลย เลิกซื้อแบบแพ็กแล้วไปซื้อกุ้งสดดีกว่า
- ● กล้วยก็แพงขึ้นเหมือนกัน ของที่เคยซื้อแบบไม่ต้องคิด เดี๋ยวนี้ต้องมองป้ายราคาก่อน
- ● ขนมในร้านเบเกอรี่อร่อยก็จริง แต่บางชิ้นสองร้อยกว่าบาทแล้ว เลยไปหาซื้อตามตลาดนัดแทน นาน ๆ ถึงจะยอมเข้าร้านที
- ● ช่วงนี้เลิกทั้งกาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลัง ต้องประหยัดจริง ๆ พอเลิกแล้วลดรายจ่ายได้เดือนละสองพันแปดเลย ก๋วยเตี๋ยว เมื่อก่อนอยากกินก็เดินเข้าร้าน เดี๋ยวนี้เห็นราคาแล้วต้องคิดก่อน
- ● ปลาทู หอยแครง ปลากระป๋อง ของที่เคยซื้อกินกันง่าย ๆ เดี๋ยวนี้หยิบแต่ละอย่างต้องดูราคาแล้ว
- ● เบียร์สักแก้ว บางวันก็นึกถึงแค่นี้แหละ
- ● ตอนโดนยกเค้า ธุรกิจก็ยังต้องหมุนต่อ เงินในบัญชีเหลือไม่กี่แสน อายุสามสิบกว่าเพิ่งต้องเอ่ยปากยืมเงินครอบครัวกับเพื่อนเป็นครั้งแรก อึดอัดมาก ถึงเขาไม่ทวงก็อยากรีบคืน ตอนนี้หนี้ค่อย ๆ ลดลงแล้ว ตั้งใจว่าจะจบให้ได้ต้นปีหน้า
- ● เรือทหารอเมริกันห้าพันนายมาพัทยา โอกาสทองของฉันแล้ว ต้องลางาน สักสองอาทิตย์ ไปรับใช้ชาติ
CLOUD
เมฆมาก ครึ้มฟ้าครึ้มฝน
เมฆมาก ครึ้มฟ้าครึ้มฝน
└── ยังไม่แน่ใจ : เสียงกลุ่มนี้กำลังกังวล คิดถึงสิ่งที่เปลี่ยนไป หรือยังมองไม่เห็นทางต่อชัดนัก
คิดเป็น 23.7%
- ● ลาออกจากงานมาหลายเดือนแล้ว ช่วงนี้กลับมาอยู่บ้านที่เชียงราย ก็ช่วยทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ค่าจ้างมาบ้าง ทำหลายอย่าง เลี้ยงปลา ขับ Bolt และขายของกิน แต่ยังไม่ได้เริ่มสักอย่าง เลยคิดอยู่เหมือนกันว่าจะอยู่แบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน
- ● เห็นฅนจีนมาเปิดร้านแข่งกับฅนไทย ก็อดคิดไม่ได้ว่าอาชีพของฅนไทยนาทีนี้จะเป็นยังไง
- ● หนีไปปปปปป.. ทำงานเงินเดือนหรืองานรายวันยังดีกว่า ไม่ควรออกมาเลย
- ● ทำงานประจำเป็นหลักก่อน ค้าขายเป็นงานเสริมไป ถ้ามีลูกค้าประจำกับยอดขายมากกว่างานประจำแล้วค่อยออก ทุกวันนี้ต้นทุนขึ้นแทบทุกวัน จนตอนนี้อยากกลับไปทำงานประจำเอง แต่พอสมัครงานก็เจอจำกัดอายุอีก
- ● ใครมีงานประจำอยู่ กอดไว้ก่อนนะ แต่ เป็นลูกน้องเขาก็ปวดหัวเหมือนกัน เงินเดือน 13,500 บาท พยายามอดทนอยู่
- ● ของของช่วงนี้ค่อนข้างเงียบ ต้นทุนก็สูงมากด้วย จากใจฅนที่ออกจากงานมาค้าขาย เกาะงานประจำไว้ก่อนดีที่สุด ช่วงนี้เงียบมาก แทบไม่เหลือกำไรเลย
- ● เศรษฐกิจแย่จริง ทำงานฟรีแลนซ์อยู่ ตอนนี้ยังไม่มีใครมาจ้างเลย จะกลับไปหางานประจำก็ยาก ทั้งอายุที่มากขึ้น และออกจากระบบมาหลายปีแล้ว
- ● ออกมาค้าขาย 3 ปีแล้ว ตอนนี้อยากกลับไปทำงานในระบบ ค้าขายยากจริง
- ● อย่าเพิ่งออกมา ตอนนี้จะกินแกลบแล้ว ขนาดขายอยู่ในย่านที่ฅนเดินเยอะ ยังได้นั่งมองหน้ากับร้านข้าง ๆ เลย
- ● ไนท์บาร์ซาร์เชียงรายเงียบจริง ๆ ไม่เหมือนสมัยก่อนเลย เมื่อก่อนฅนแน่นมาก ใครมาเที่ยวแถวนี้ก็ต้องมาเดิน ตอนนี้มันเปลี่ยนไปเยอะ
- ● ลาออกมาเกือบ 5 ปีแล้ว ก่อนออกทุกอย่างดูสวยหรู ปลูกผักผลไม้ไว้กิน เหลือก็ขาย แต่พอทำจริง ทุกบ้านก็มีผักผลไม้ กำลังซื้อก็แทบไม่มี พอเข้าปีที่สามเลยผันมาทำไร่ทำนา ช่วงไหนเจอน้ำท่วมก็ซวยไป แต่ก็ต้องทำ ชีวิตยังอีกไกล อยู่เฉย ๆ เงินที่เก็บไว้ก็ร่อยหรอลงทุกวัน
- ● สู้ ๆ นะ ปีนี้ขายของแย่มาก แย่แบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน เมื่อสองสามปีก่อนยังทำงานประจำควบคู่ไปด้วย มีออเดอร์ทุกวัน ขายดีกว่าตอนนี้เยอะ
- ● จมเลย... ฅนจากพม่ามาเปิดร้านแข่งกันเต็มตลาด เป็นเจ้าของแผงเองด้วยสิเยอะแยะไป ทำไมไม่มาตรวจกันบ้าง
- ● บางทีที่เครียดก็เพราะฅน จนไม่อยากไปทำงาน เหมือนตอนที่ไม่อยากไปโรงเรียน แถมทำงานแล้วหักค่าเดินทางก็เหลือเงินนิดเดียว ไม่รู้จะไปทำไมเหมือนกัน
- ● ค้าขายมาเกิน 10 ปี ปีนี้เป็นปีที่ขายแย่ที่สุดเลย ยังไม่รู้เลยว่าจะเอายังไงต่อ
- ● ของที่ขายเป็นแบรนด์ติดตลาด ฅนรู้จักกันทั้งประเทศ ยอดขายยังตกเลย ช่วงนี้ขายของยาก หาเงินยากขึ้นจริง ๆ
- ● ค้าขายแย่มาก ของที่เป็นกระแสขายได้แป๊บเดียวก็เงียบ ขนาดร้านที่ร่วมโครงการ 60:40 ยังบ่นกันว่าเศรษฐกิจน่ากลัวกว่ายุคโควิด ตอนนี้ทำงานประจำอยู่ ตกเย็นก็ขายข้าวไข่เจียวด้วย ยังเงียบเลย เมื่อก่อนขายดีกว่านี้มาก
- ● ขนาดตอนทำงานประจำ ลูกค้ายังเงียบเลย ถ้าออกมาทำเองจะพังไหม แต่ก็ออกมาแล้ว ยังดีที่ไม่มีภาระ ถ้าใครมีภาระอยู่ ช่วงนี้อย่าเพิ่งเลย มันแย่มาก
- ● ขายอีบุ๊คทางเฟซบุ๊กอยู่ ปีสองปีมานี้ขายยากมาก ราคาก็ตกลงไปเยอะ ได้ยินฅนขายอย่างอื่นบ่นเหมือนกัน
- ● ตอนมีปัญหาเงิน เพื่อนบางฅนไม่คบ แชทไปก็ไม่อ่าน คงกลัวว่าจะทักไปยืมเงิน ทั้งที่หนี้เกิดจากการค้ำประกันให้เพื่อน เจ็บแต่ก็เข้าใจ เคยคิดจะกลับดาว ลูกทำให้ดึงสติกลับมาได้ ตอนนี้ยังมีซึมเศร้าติดตัว ชีวิตยังไม่ดีมาก แต่ก็ไม่แย่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
- ● คิดถึงวันที่หลงเข้าเว็บประหลาด ๆ แล้วรู้สึกได้ว่ามีฅนฅนหนึ่งตั้งใจทำมันไว้ แต่วันนี้ข้อมูลเต็มไปหมด แต่กลับเดินวนอยู่ในห้องเดิม ๆ ของไม่กี่แพลตฟอร์ม จนอินเทอร์เน็ตดูเล็กลงอย่างประหลาด ดีใจที่เคยโตมากับตรอกเล็ก ๆ เหล่านั้น และอยากให้เด็กยุคนี้ยังมีโอกาสหลงไปเจออะไรด้วยตัวเอง
- ● อยู่ห้องฅนเดียว ชีวิตวนอยู่กับทำงานแล้วก็นอน ซ้ำ ๆ แบบนี้ทุกวัน แต่ก็ยังอยู่ได้ ผ่านไปวันต่อวัน
- ● ตอนนี้โดดเดี่ยวมาก ชีวิตเหมือนไม่มีจุดหมาย พอโตขึ้นเพื่อนก็น้อยลง ต่างฅนต่างมีภาระ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มีทั้งเบอร์ เฟซ ไลน์เต็มไปหมด แต่ไม่รู้จะโทรหาใคร
- ● เคยมีความรักแล้วเจ็บหนักกว่าเดิม บางอย่างมีแล้วกลับเป็นทุกข์ นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ แล้วไม่รู้ว่าตัวเองกำลังป่วย จนความรู้สึกดิ่งลงไปมาก
- ● เพิ่งเลิกกับแฟน แต่มีลูกด้วยกัน เลยยังคิดมากอยู่ อยากให้กลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิม
- ● เป็นกำลังใจให้นะ บางทีก็เศร้าเหมือนกัน แต่พอจะเล่าให้ใครฟัง กลับไม่รู้ว่าจะเริ่มระบายตรงไหน มากอด ๆ
- ● เดี๋ยวนี้แพงไปหมด แม้แต่ไข่ที่ต้องซื้อกินประจำยังรู้สึกว่าแพง มันหมู หนังหมู ไส้หมู กระดูกเล้ง หนังไก่ เมื่อก่อนบางอย่างให้ฟรียังไม่ค่อยมีใครเอา เดี๋ยวนี้ของที่เคยเอามาเจียวคลุกข้าวกินง่าย ๆ ก็แพงขึ้นหมด แม้แต่คางหมึกที่เคยโลละสามสี่สิบ ตอนนี้ร้อยกว่าแล้ว
- ● ปลากระป๋องเคยเป็นมื้อง่าย ๆ ตอนนี้จะซื้อสักกระป๋องมาทำยำยังต้องคิด ราคาแพงกว่าแกงถุง บางทีก็พอ ๆ กับน่องไก่ทอดแล้ว ผลไม้กระป๋องบางยี่ห้อขึ้นไปหลักร้อยแล้ว เห็นราคาแล้วต้องวางกลับ
- ● ตอนอยู่ ป.1 ได้ค่าขนมวันละสิบบาทก็รู้สึกว่าเยอะมากแล้ว เดี๋ยวนี้นึกย้อนกลับไปแทบไม่เชื่อ ก๋วยเตี๋ยวห้าบาทที่กินจนอิ่มจุก พอนึกถึงราคาตอนนี้แล้วเหมือนเป็นฅนละโลก
- ● หมูกระทะ ชาบู บุฟเฟต์ ต่อให้หัวละไม่ถึงสองร้อยและยังไม่รวมน้ำ ก็ต้องยืนคิดก่อนว่าจะกินดีไหม
- ● ตั้งแต่มีลูก จะซื้ออะไรให้ตัวเองคิดแล้วคิดอีก แต่ถ้าลูกอยากได้อะไร มือก็กดสั่งไว กลัวเขามีไม่ทันเพื่อน
- ● แมงดานาปีที่แล้วยังซื้อตัวละสิบห้า ปีนี้สามสิบถึงสามสิบห้า ซื้อไม่ลงจริง ๆ ทั้งที่มันแซ่บ
- ● ตอนเด็ก ๆ เงินสองพันซื้อทุเรียนได้สามสิบสี่สิบลูก เอาไปแจกฅนแถวบ้านด้วย จำได้ว่าเคยโลละสี่สิบ ตอนนี้จะซื้อลูกเดียวกินเองยังคิดแล้วคิดอีก
STORM
ฝนตกหนัก มีฟ้าคะนอง
ฝนตกหนัก มีฟ้าคะนอง
└── แบกหนัก : เสียงกลุ่มนี้กำลังรับมือกับภาระหรือความเจ็บปวดที่กินแรง จนแค่ผ่านวันนี้ก็ยากแล้ว
คิดเป็น 7.9%
- ● ค้าขายอยู่ กำไรจริง ๆ น้อยมาก ซื้อขนมมาโหลละ 50 บาท ขายหมดโหลได้กำไร 10 บาท ยังไม่หักค่าน้ำมันที่ไปซื้อของ ค่าน้ำ ค่าไฟ ถ้าอยากลองขายก็ทำคู่กับงานประจำไปก่อน ถ้าขายไม่ไหวยังมีเงินเดือนรองรับ ตอนนี้ยังอยากกลับไปทำงานประจำเลย แต่ไปไม่ได้แล้ว มีแม่ต้องดูแล
- ● ขายออนไลน์ 4 ปีแล้ว ช่วงนี้ถ้าเป็นไปได้ กอดงานประจำไว้ก่อนดีที่สุด เศรษฐกิจแย่ ยังต้องแข่งกับฅนขายจากจีนอีก จากใจฅนที่ออกมาขายของจนตอนนี้ได้โรคเครียดมาแบบไม่รู้ตัว
- ● แรก ๆ ก็แฮปปี้ดี อิสระ อยากไปไหนก็ไป ไม่ต้องลางานใคร มีเวลาให้ลูก แต่ทำไปทำมาโคตรเหนื่อย คิดเรื่องงานทั้งวัน แม้แต่ตอนนอน ตอนนี้เอาแค่ให้รอดไปทีละเดือนก็พอ บัดซบมาก
- ● ทำงานประจำยังดีกว่า ถ้าออกมาอยู่บ้านแฟนก็เครียดอีก ครอบครัวแฟนทำนา และคุมทุกอย่าง ขายของพอได้เจอผู้ฅนก็จริง แต่อยากหยุดพักบ้างก็ไม่ได้ หยุดเมื่อไหร่ก็อด
- ● เป็นเจ้าของกิจการมา 20+ ปี ปีนี้ยอดตก ต้นทุนไล่หลังมาจนแทบไม่เหลือกำไร บางครั้งอยากไปขายแรงเป็นลูกจ้างบ้าง ตอนนอนจะได้ไม่ต้องคิดถึงแต่ต้นทุน อยากนอนหลับได้บ้าง
- ● ตั้งแต่โควิดก็เจอน้ำท่วมต่อ หกปีแล้วยังไม่ผ่านพ้นเลย ประหยัดสุด ค้าขายก็ถดถอย ไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคม อยู่เพื่อลูก และปลอบใจตัวเองไปวัน ๆ
- ● ล้มมาตั้งแต่ปี 65 ตอนนี้ยังไม่มีจะกินเลย บอกตรง ๆ ว่าเงินจะอยู่ให้ถึงสิ้นเดือนยังไม่มี หางานเพิ่มทันที แล้วตัดรายจ่ายให้มากที่สุด ประหยัดให้ได้ ถ้ารายได้ไม่เพิ่ม ก็คงไม่รอด
- ● ข้าวเช้ากับกลางวันรวมเป็นมื้อเดียว กินข้าวจากวัด ตอนเย็นซื้อแกงถุงหรือเอาผักที่ปลูกไว้ทำกิน ไม่ซื้อข้าวของเพิ่มเลย ทำแบบนี้เป็นเดือน ๆ ระหว่างนั้นก็ขายของ รับจ้าง หารายได้เพิ่มเท่าที่ทำได้
- ● อายุ 41 ปี หนี้เกือบล้าน ตอนนี้ก็กำลังงมหาทางรอดอยู่เหมือนกัน ล้มทุกวัน แล้วก็ลุกทุกวัน เสียอะไรเสียไป แต่อย่าเสียชีวิต ดูสิว่าจะหนักได้อีกสักแค่ไหน
- ● วันนี้ซื้อดอกไม้ให้แฟน ตั้งใจเอาไปให้มาก แต่เขาบอกว่ารก ไม่ยิ้ม ไม่แม้แต่จะหยิบขึ้นมาดู นอนร้องไห้แทบทุกคืน ไม่เคยหลับเต็มตื่น หนี้ก็รุม อาหารก็ต้องอดมื้อกินมื้อ
- ● เพื่อน ๆ เรียนจบกันหมดแล้ว หันกลับมาดูตัวเอง ยังทำงานโรงงาน ดิ้นรนหาเงินให้พอตั้งตัวอยู่เลย เหนื่อยกับชีวิตมาก ท้อจนไม่รู้จะบอกยังไง
ต่อจากความรู้สึกนี้.. ยังมีอีกฅนให้รู้จัก







💬 เรื่องเล่าจากผู้ฅนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 👇 คุณกำลังมองเห็นบันทึกของผู้ฅน.. แต่ไม่ใช่รายละเอียดของชีวิตพวกเขา