แกะละบ้าน แกะละแบบ แกะละเสียง 'ภัทรชัย' ผู้เลี้ยง แบะ แบ๊ะ ละทัชใจ
เรื่องของแกะ 🐑 🐑 ฟังครั้งแรกถึงกับหลุดขำ ถ้าพลาดล้มหงายท้อง ขาจะชี้ฟ้าคาอยู่อย่างนั้นพลิกกลับเองไม่ได้เหมือนหมาหรือแมว 'จริง ๆ พวกนี้ผู้เลี้ยงจะรู้อยู่แล้ว เวลาแกะมันล้ม มันก็จะยกขาขึ้นมา' รูปร่างอวบอ้วนกลม ขนหนา ยิ่งดิ้นยิ่งกลับมายืนเองยาก ตอนล้มเล่น ๆ ยังพอเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าพลิกไปจนขาชี้ฟ้าแล้วค้างแบบนั้น คราวนี้พลิกคืนเองไม่ไหว ขนหนากลายเป็นปัญหาขึ้นมาทันที ปล่อยไว้นานอาจถึงตาย ผู้เลี้ยงเลยต้องคอยเช็ค มองไปตามฝูงก็พอเห็นว่าใครนอนผิดท่า เจอเมื่อไรก็ช่วยพลิกกลับมาให้ยืนใหม่ พอช่วยกลับมายืนเรียบร้อยก็ไปดูต่อ มีทั้งแกะขี้งอน ทั้งซน เห็นผู้เลี้ยงแล้วขยับมาหาก็มี คอกเดียวกัน นิสัยไม่ซ้ำกันเลย



คือแกะ.. มันเป็น ผมรู้สึกว่า มันเป็น.. แกะนี่สวยมาก ขนฟู ๆ.. ขาว ๆ ใช่ไหม ? แล้วเวลาไปอยู่ในเนินหญ้าเขียวอย่างเงี้ย มันสวย
ฝั่งขี้งอนมีเหมือนกัน 'แกะงอนก็จะปิดตัว บางตัวก็จะไปอยู่ตัวเดี่ยว' แบบนี้ต้องเดินไปหา ไปโอ๋ ไปเล่นด้วย อีกพวกตรงข้ามกันเลย ซนจัด ชอบเอาหัวไปชนตัวโน้นตัวนี้ ผู้ดูแลต้องวิ่งไปจับแยก เล่าไปหัวเราะไปว่า 'บางตัวดื้อ ชอบไล่ชน ไปทะเลาะกับแกะตัวโน้นตัวนี้ ผู้เลี้ยงก็ต้องไปจับ' ชื่อไม่ได้มีไว้ครบทุกตัว เดินดูกันทุกวัน ใครชอบมุมไหน ใครซนแบบไหนเริ่มจำกันแม่น ชื่อค่อยตามมาทีหลัง พอเรียกชื่อ เดินดุ๊กดิ๊กมาหาจริง ส่วนเสียงพี่เลี้ยงซึ่งอยู่ด้วยทุกวัน ฝูงกลับจำเสียงนี้แม่นกว่า 'ส่วนใหญ่เขาจะฟังผู้เลี้ยงมากกว่า ผู้ที่อยู่กับเขา เขาฟังเสียง'







ผมรู้สึกว่า ถ้าเอาแกะมาอยู่ในแลนด์สเคป (Landscape) ว่าการออกแบบของที่ออกแบบ น่าจะสวยมาก บวกกับเราทำกาแฟ และทำร้านกาแฟมานานแล้ว.. ก็จะพอมีกาแฟกับแกะ
พอถามว่า ตอนแรกผูกพันกับแกะแค่ไหน คำตอบออกมาตรงจนขำกันเอง 'ผมต้องยอมรับว่าไม่ได้ซึ้งเรื่องแกะมาก แต่ผมมีทีมสัตวแพทย์ที่เข้าใจแกะมากกว่าผม ถึงผมไม่ได้ลึก ผมก็ใช้เวลา' แกะหนึ่งฝูงมีหลายอย่างให้มอง สัตวแพทย์เห็นอาการ ผู้เลี้ยงเห็นความเคยชินของแต่ละตัว พอทำงานเคียงกันมานาน สิ่งเล็กน้อยก็รู้ใจกันไปเอง ความเบาใจเลยเกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีใครคอยสั่ง ส่วนการรู้จักฝูงนั้นมาจากการคลุกคลี นั่งเล่นข้างกัน ถามว่าทำไมต้องเป็นแกะ คำตอบมาไวมาก 'ผมรู้สึกว่าแกะมันสวยมาก ขนฟู ๆ ขาว ๆ แล้วเวลาอยู่บนเนินหญ้าเขียว ๆ มันสวย' ขนขาวฟู วิ่งดุ๊กดิ๊กบนเนินหญ้าเขียว เห็นแล้วจำภาพนั้นติดในใจ พอไปเห็นฟาร์มของเพื่อน ภาพริมน้ำกกตามมาทันที แปลงตรงนั้นมีพร้อม ด้านกาแฟก็มีประสบการณ์อยู่แล้ว จับสองอย่างมารวมกัน ภาพเเรกจึงค่อยกลายเป็นฟาร์มแกะ



ส่วนใหญ่เขาก็จะฟังผู้เลี้ยงมากกว่า ผู้ที่อยู่กับเขาทุกวัน ฟังเสียง
ฝูงแรกมาจากออสเตรเลีย เป็นคอร์ริเดล (Corriedale) ตัวใหญ่ ตอนมาถึงยังลุ้นว่าจะไหวกับอากาศเชียงรายแค่ไหน รุ่นสองเกิดที่เชียงราย วิ่งกันคล่อง พอเห็นก็ร้อง 'พอรุ่นที่สองเกิดในประเทศไทย เขาก็แข็งแรง แล้วเราได้เห็นตั้งแต่คลอด แกะตัวเล็ก ๆ วิ่งเล่นตามสนามหญ้า กระโดดไปมา ค่อยโตขึ้น มันก็ตื่นเต้นดี' ฝูงแกะขยับขึ้นมาราว 40 ตัว ช่วงหน้าร้อนต้องไล่ดูให้ทั่ว เดินผ่านกันทุกวัน ขนของตัวไหนเริ่มหนาขึ้นก็มองออก ถึงเวลาตัดค่อยจัดให้ อากาศร้อนมีพัดลม น้ำสะอาดต้องพร้อม เพิงหลบแดดต้องมี เรื่องกลิ่นก็ถามกันตรง ๆ ว่าไม่มีกลิ่นฉี่หรือ คำตอบชวนสังเกต 'ไม่มีเลยครับ เพราะในคอกนอนเราล้างทำความสะอาด ขัดทุกวันอยู่แล้ว' สนามด้านนอกมีทั้งดินกับหญ้ารับอยู่ ส่วนมูลแกะเอาไปหมักทำปุ๋ย ก่อนขนกลับไปใต้ต้นกาแฟในไร่ งานก่อสร้างกับมุมที่เพิ่งทำขึ้นก็เป็นอีกอย่าง เดินผ่านเมื่อไรเป็นต้องแวะดู ของตรงหน้าเปลี่ยนจากเดิมนิดเดียวก็มองออก ผนังเพิ่มมา ทางเดินเริ่มเป็นรูป รายละเอียดโผล่มาอีกจุดก็ยังจำภาพเดิมได้ งานแบบนี้เลยเดินผ่านเฉย ๆ ยาก ต้องแวะมองสักหน่อยว่าเมื่อวานกับคราวนี้เปลี่ยนตรงไหน



พอแกะรุ่นที่สองเกิดในประเทศไทย เขาก็แข็งแรง แล้วก็ คือ มีความสุขมากกว่าแกะที่นำเข้ามาได้มาเห็นตั้งแต่คลอด ไอ้แกะตัวเล็ก ๆ วิ่งเล่นตามสนามหญ้า กระโดดไปมา แล้วก็ค่อยโตขึ้น มันก็ตื่นเต้นดี
แกะงอนก็จะปิดตัว บางตัวก็จะไปอยู่ตัวเดี่ยว.. ผู้เลี้ยงจะรู้ ก็จะไปใช้เวลา บางแกะบางตัวดื้อ ชอบไล่ชน ไปทะเลาะกับแกะตัวโน้นตัวนี้ ผู้เลี้ยงก็ต้องไปจับ
ก่อนบ้าน ครอบครัว งาน และสิ่งรอบข้างจะค่อยกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต งานที่ผ่านมือมีทั้งออกแบบพื้นที่ กาแฟ โรงคั่ว ร้านใหม่ และโปรเจกต์อีกหลายงาน พอพูดถึงของที่กำลังทำ สายตาก็ไปอยู่กับตรงหน้าตามเดิม ตรงไหนยังขยับต่อ มุมนี้ควรวางอะไร อีกฝั่งเปลี่ยนนิดหนึ่งจะสวยขึ้นแค่ไหน เวลาไปไซต์ยังจำภาพเมื่อวานเอาไว้เทียบ โครงงอกผนังเพิ่มตรงไหน ทางเดินเริ่มมาแค่ไหน รายละเอียดแต่ละจุดเริ่มเป็นรูปไปถึงไหน จนมีคำพูดนี้ออกมา 'มันเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกว่าได้ขีดเขียน เหมือนกำลังวาด แล้วก็มีความสุข เห็นรายละเอียดทุกวันที่เปลี่ยนไป' ช่วงหนึ่งกำลังทำโรงคั่วกับร้านกาแฟบนดอยช้าง ขณะเดียวกันแปลงริมน้ำกกก็มีพร้อม พอฟาร์มของเพื่อนยังติดตา แกะขาวบนเนินหญ้าจึงถูกวางลงตรงริมน้ำกกด้วย 'ถ้าผมเอาแกะมาอยู่ในแลนด์สเคป หรือพื้นที่ที่เราออกแบบ น่าจะสวยมาก' ตอนนั้นกาแฟรู้ทางมากกว่า แกะยังต้องเปิดตำราอีกหลายหน้า ภาพในใจก็มาก่อน ส่วนการอยู่กับฝูงจริงค่อยเรียนกันทีละวัน และก่อนของเหล่านี้จะค่อยเป็นรูปขึ้นมา มีเด็กอาข่าฅนหนึ่งกับช่วงชีวิตในคำสั้นคำหนึ่งว่า 'จริง ๆ ผมมาจากติดลบของติดลบอีกที' เคยถูกล้อ ถูกกลั่นแกล้ง ผ่านช่วงอดมื้อกินมื้อ คำเล่าจากตอนนั้นออกมาทีละตอน ถูกล้อก็เล่า อดมื้อกินมื้อก็เล่า ความน้อยเนื้อต่ำใจก็พูดถึง ก่อนบทคุยจะเคลื่อนกลับมาหาของตรงหน้า ขนยาวรอตัด ตัวแสบยังมีให้วิ่งตาม รุ่นสองกระโดดดึ๋งไปมาบนสนาม งานตรงหน้าก็ยังต่อกันอีกหลายอย่าง


จริง ๆ ผมมาจากติดลบของติดลบอีกที ถ้าจะมองข้อจำกัดหรือว่าปัญหาที่เราเจอ มีอะไรให้เราน้อยใจเยอะแยะไปหมด เต็มไปหมดเลยในชีวิตเนอะ..
ผมเป็นชนเผ่าอาข่า ยุคผมนะถูกล้อหนักเลยก็ไม่มีความภูมิใจในความเป็นชนเผ่า ไม่มีอาหารกิน น้อยเนื้อต่ำใจว่าทำไมเราเกิดมาไม่เหมือนครอบครัวอื่น แต่พอมารู้จักพระเยซูคริสต์ ชีวิตใหม่เนี่ยทำให้เรารู้ว่า เออ.. เรามีคุณค่า
เสียงชวนเอ็นจอยสลับมากับคำเล่าของ อาจารย์ภัทรชัย มงคลกุลผ่องใส อายุ 43 ปี ศิษยาภิบาล คริสตจักรเน็กซัส เชียงราย ฟาร์มแกะอะบอนโซ่ ยามะมิซึ (Abonzo Yama Mitsu) พอมองไปรอบตัวจึงพูดถึงพระเยซูคริสต์อย่างเต็มล้นว่า 'พอมารู้จักพระเยซูคริสต์ให้ชีวิตใหม่ แล้วชีวิตใหม่นี้ทำให้เรารู้ว่า เออ เรามีคุณค่า' ก่อนพูดต่อ 'ไม่เคยกล้าคิดกล้าฝันว่า วันหนึ่งเราจะมาอยู่ตรงนี้ หรือจะมีอนาคต มีความหวังใจอย่างนี้มาก่อน' หลังจากนั้น คำคุยกลับมาหาฝูงแกะตามเดิม ส่วน(ตัวไหน)ใครพลาดนอนหงายขึ้นมา ผู้เลี้ยงเดินมาเจอก็ช่วยจับกลับมาตั้งใหม่ หนึ่งตัวลุกขึ้น ฝั่งหนึ่งอาจแยกไปงอนตรงมุมไหนสักแห่ง อีกฝั่งอาจเพิ่งเอาหัวชนเพื่อนมา ไม่มีเทคนิคซับซ้อนกว่านั้น เดินดูทุกวันเข้า รายละเอียดของแต่ละตัวเริ่มจำกันได้ ใครชอบมุมไหน ใครเดินเข้าหาเมื่อเสียงคุ้นดังขึ้น ท่าไหนเห็นแวบเดียวก็รู้ว่าควรไปดู เจอใครอยู่ท่าไหน ดูกันไปตามนั้น บ้านของแกะยังทยอยโต สมาชิกใหม่ยังทยอยเพิ่ม เสียงคุ้นเคยยังมีใครเดินตาม ส่วนถ้าเห็นขาสี่ขาชี้ฟ้าเมื่อไร ก็เดินเข้าไปช่วยตั้งกลับมายืนแค่นั้น ตัวหนึ่งกลับเข้าบ้าน ผู้เลี้ยงเดินต่อ มุมหนึ่งกำลังงอน ฝั่งโน้นกำลังซน ส่วนข้างหน้าจะเจออะไร เดี๋ยวผมเดินไปก็เห็นเอง..

