ชงนี้ ชงอยู่ ชงต่อ 'พี่โย' อีกแท็บที่ยังเปิดค้างไว้ข้างกัน
บท 1 — เจ็ดแก้วน่าจะพอเนอะ
โยนับนิ้ว พฤศจิกายนนี้ก็ 34 ปี 'ผมว่านี่กำลังเริ่มต้นเลย ไม่ไกลเลย เหมือนเริ่มต้นตลอด' ปีนี้ยังได้รองชนะเลิศอันดับหนึ่งจาก & Coffee Festival 2026 ส่วนตัวร้านกาแฟ Half coffee -- Life is like a glass of water half full. 'คบกับพี่ฟิล์มสิบกว่าปี ตั้งแต่ปีสาม' ต่อมาทั้งคู่เปิดร้านกาแฟที่แม่จัน โดยเริ่มจากสิ่งที่ชอบดื่ม และขนมที่ทำกันอยู่แล้ว พอเปิดที่แม่จัน ยังคิดกันเล็ก ๆ ว่าขายวันละเจ็ดแก้ว บ้านก็น่าจะหมุนต่อได้ ขอแค่มีลูกค้าหลงเข้ามาสักเจ็ดฅนพอ เริ่มที่แม่จันแล้วค่อยขยับเข้าเมืองเชียงราย ตอนมีแค่สองคน งานอยู่ระหว่างขนมซอฟต์คุกกี้ เครื่องชง และลูกค้าที่แวะมา ต่อมามีทีม มีงานขายที่ต้องคุยกันมากขึ้นในแต่ละวัน

'ตอนเปิดครั้งแรก คือเราแค่อยากกินกาแฟพิเศษ แต่มันไม่มีขาย ภรรยาผมอยากกินมัทฉะ แต่มันไม่มีขาย' ช่วงนั้นแฟนออกจากงานพอดี ขนมก็ทำกันอร่อยอยู่แล้ว เลยลองเปิดตรงแม่จัน 'เราอยากเป็นคนที่เสิร์ฟของดีให้คนมากกว่า' พอหลังมีสาขาในตัวเมืองเชียงรายแล้ว ถึงค่อยเริ่มมองว่าเรื่องรอบตัวที่นี่เอาไปเล่าให้ฅนอื่นรู้จักได้รู้จักอีกเยอะ 'เราไม่เคยทำธุรกิจ เราไม่รู้ เราทำไม่เป็น' กาแฟก็เพิ่งเคยทำ เปิดอยู่ในหมู่บ้านด้วย
เราทำหลายอย่าง เราจะบอกไม่ได้ว่าตัวเองถนัดอะไร.. ผมชอบจดจ่อกับการแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง หรือการเขียนโปรแกรม ทุกวันนี้ผมก็ยังรู้สึกว่าแฮปปี้กับมัน ถ้าผมเขียนโปรแกรมแล้วได้จดจ่อกับมันสามสี่ชั่วโมง เวลามันไหลไปเร็วมาก


แรก ๆ มีนักท่องเที่ยวแวะเข้ามา ต่อมามีอินฟลูเอนเซอร์หลงเข้ามาแล้วรีวิวให้ ฅนที่ยังไม่เคยถึงแม่จันจึงเริ่มรู้จักชื่อ Half coffee '.. ยังบอกไม่ได้ว่าตัวเองถนัดอะไร' เคยทำมาหลายอย่าง แล้วเล่าถึงช่วงที่ได้นั่งแก้ปัญหาหน้าจอโดยไม่มีใครมาแทรก 'ถ้าผมเขียนโปรแกรมแล้วได้จดจ่อกับมันสามสี่ชั่วโมง เวลามันไหลไปเร็วมาก' ช่วงหลังเวลายาวแบบนั้นหายาก ขนมมีสูตรให้ลอง ลูกค้ามีให้คุย ระหว่างวันยังมีทีมงานที่อยากเห็นทำงานกันอย่างมีความสุข งานเหล่านี้เข้ามาทีละอย่างจนกว่าจะได้กลับไปนั่งหน้าจอ
เคยเห็นคนทำสตาร์ตอัปแล้วอยากลองสักครั้ง ส่วนงานมีทีมอยู่ด้วย 'พี่แฮปปี้กว่าถ้าพนักงานของพี่วันนี้ทำงานมีความสุข' .. พอพูดถึงสิ่งที่ยังอยากจะทำเริ่มจากค่าใช้จ่ายที่บ้าน 'กาแฟก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมอยากทำให้มันเป็นธุรกิจที่เลี้ยงครอบครัวครับ ลูกมีเงินเรียนหนังสือ แฟนมีเงินกินข้าว แต่สิ่งที่อยากทำจริง ๆ ผมอยากทำ Robot เว้ย'
โควิด-19 มา แล้วเขาขาดนักวิชาการคอมพิวเตอร์ ก็เลยดันให้เป็นหมดเลย ผมก็เป็นข้าราชการอยู่สี่ห้าปี จนรู้สึกว่าเราไม่ชอบชีวิตแบบนี้แล้ว ไม่ชอบชีวิตที่ต้องแบบ 'ได้ครับพี่ โอเคครับนาย' ก็เลยออกจากข้าราชการ

บท 2 — อ๋อ เราเข้าใจผิดไปเอง
'เคยเข้าใจว่าผู้ป่วยในต้องเป็นอาการเจ็บป่วยจากข้างใน ส่วนผู้ป่วยนอก น่าจะเป็นแผลถลอกหรือเปล่า ? แต่จริง ๆ .. ไม่ใช่' พอเริ่มงานจึงรู้ว่าชื่อเหล่านี้แยกวิธีรับฅนไข้ เอกชนให้หมื่นห้าทำจันทร์ถึงเสาร์ บางอาทิตย์ก็ไม่ได้หยุด ส่วนโรงพยาบาลรัฐให้เก้าพัน ทำจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์อาทิตย์ยังไปร่วมที่คริสตจักรท้องถิ่นได้ 'ผมเลือกเงินเดือนน้อยกว่า แต่มีเวลาไปหาพระเยซูคริสต์มากขึ้น' เรียนมาทางซอฟท์เเวร์เขียน Code เป็นหลัก ส่วนงานวางระบบด้านฮาร์ดแวร์ 'ไม่เคยแตะเลย' เจอปัญหาก็ขออาสาแก้ วางระบบทำต่อเนื่องไป เริ่มจากลูกจ้างชั่วคราว ไม่ถึงปีก็เป็นพนักงานประจำ อยู่กับโรงพยาบาลรวมประมาณแปดถึงเก้าปี ซึ่งก่อนหน้านั้นหน่วยงานเว้นการบรรจุพนักงานมาประมาณห้าปี


'มันไม่ใช่เพียงผลงานอย่างเดียว แล้วก็ไม่ได้เจาะมาที่ผมคนเดียว ทั้งหน่วยงานเขารอกันมาห้าหกปีครับ' หลายฅนขึ้นทะเบียนรอมานานมาก ส่วนตัวเองเข้ามาทันรอบ 'ทุกคนมองว่าไอ้นี่โชคดีจัง มาปุ๊บได้เลย' รอบนั้นเปิดให้ได้บรรจุพร้อมฅนอื่น เพียงระยะเวลาที่รอต่างกันในช่วง โควิด-19 ที่กำลังขาดนักวิชาการคอมพิวเตอร์ '..ก็เลยดันให้บรรจุทั้งหมดเลย' จึงได้เป็นข้าราชการ อยู่กินตำแหน่งสี่ถึงห้าปี จน 'ไม่ชอบชีวิตแบบนี้แล้ว' ไม่ชอบชีวิตที่ต้อง.. 'ได้ครับพี่ โอเคครับนาย' โดยคู่ใจออกมาทำร้านก่อน ส่วนทางนี้เริ่มวางแผน ก่อนลาออกก็ไปอธิษฐานกันที่คริสตจักรวางความคิดไว้กับเรื่องสตาร์ตอัป
ไม่ได้กล้าหรือเปล่าวะ มันแค่ว่า ลองเอาไปขายดูไหม เผื่อมีคนซื้อ ลองดูก็ลองดู ทุกอย่างลองหมดเลย แต่คำว่า 'ลอง' ของผมไม่ใช่ลองแบบ blank ๆ เราก็พยายามคิดแล้วว่ามันอยู่บน shelf ได้กี่วัน เอาไปวางขายที่ไหนบ้าง


บท 3 — พี่ อันนี้ขายสิบห้าบาทนะ
ขนมที่ทำกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยเริ่มมีทางไปถึงร้านขาย งานทำขนมกับการหาที่ฝากขายเป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ราคาที่เข้าไปคุยก็ตรงไปตรงมา 'พี่ อันนี้ขายสิบห้าบาทนะ ผมให้พี่สองบาท ผมเอาสิบสามบาทพอ' วิธีคุยก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก 'ผมทำแบบนี้กับทุกร้านตอนเรียนอยู่' ขนมตอนนั้นมีซอฟต์คุกกี้ ซอฟต์คุกกี้ดับเบิลช็อก แล้วก็บราวนี่ เริ่มมาจากทำให้เพื่อนชิมหลายอย่าง เพื่อนก็บอกว่าอร่อย แต่พอเล่าถึงคำชมก็มีเสียงต่อท้ายว่าทุกคนได้กินฟรี 'พวกเขาไม่ได้จ่ายตังค์เนอะ'


พอคุยต่อไปอีกหน่อยว่า.. หวานใจทำขนมอะไรมาก็กินหมดเลยหรือเปล่า ? คำตอบกลับมาทันที 'ไม่ เปล่า ๆ ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น' ชิมเองก็ว่าอร่อย แต่ยังไม่รู้ว่าฅนอื่นจะชอบเหมือนกันหรือเปล่า 'ให้ฅนที่เขาชอบกินขนมตัดสินใจดีกว่า' พูดถึงไอเดียที่จะลองขายใช้คำง่าย ๆ ว่า 'ลองเอาไปขายดูไหม เผื่อมีฅนซื้อ' ถึงจะบอกว่าลอง แต่ก็ยังคิดเรื่องต่าง ๆ ก่อนจะเอาขนมไปวางขายจริง ขนมจะอยู่บนชั้นขายได้กี่วัน เอาไปฝากร้านไหน แล้วจะเข้าไปคุยอย่างไร 'ไม่ใช่ลองแบบ blank (ว่างเปล่า)' ระหว่างนั้นก็อธิษฐานกับพระเยซูคริสต์ไปด้วย แล้วออกไปลองขายจริง




จากที่เคยทำให้เพื่อนชิมฟรี คราวนี้ขนมถูกนำไปฝากขายที่ร้านสหกรณ์ และมีลูกค้าซื้อ พอถามว่า เพราะมั่นใจถึงกล้าเอาไปขายใช่ไหม คำตอบกลับสั้น ๆ ว่า 'คือ.. มันไม่ได้มั่นใจก่อนถึงขายน่ะครับ' พอเห็นว่าขายออก ถึงพูดว่า 'เฮ้ย! มันต้องมีฅนชอบสิ'
เงินก็ยังไม่พอสร้างบ้าน แต่เราก็สร้างบ้าน แล้วก็ขอบคุณพระเจ้าที่ให้เรามีบ้าน หลังจากแต่งงานประมาณปีหนึ่ง

บท 4 — สี่หมื่นบาทกับบ้านหนึ่งหลัง
พ้นช่วงมหาวิทยาลัย จากที่เคยช่วยกันทำขนมพร้อมหาที่ฝากขาย คราวนี้ทั้งสองเริ่มคิดถึงชีวิตครอบครัว จนมาถึงวันที่เลือกเป็นคู่พระพรของกันและกัน ตอนอายุยี่สิบหก ส่วนแฟนยี่สิบห้า พอพูดถึงความพร้อมในช่วงนั้น มีคำที่ตามมาว่า 'วันแต่งงาน ผมก็.. ไม่มีเงินไปขอเขา' อีกอย่างที่วางไว้ด้วยกัน อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง 'เราอธิษฐานด้วยกันว่าอยากได้บ้าน' เงินเก็บร่วมกันมีสี่หมื่นบาทเอง ลำดับที่คิดไว้ก็ตรงไปตรงมา 'ถ้าคิดตามแผน.. ก็ต้องมีที่ดิน แล้วเอาไปเข้าธนาคาร'
คุยกันได้เพียงไม่กี่วัน แม่ของแฟนก็โทรมาบอกว่าอยากมาเที่ยวเชียงราย ระหว่างการมาเที่ยวครั้งนั้น มีคำชวนขึ้นมาว่า 'หาที่ดินไหม ไปดูที่ทางกันดีไหม ?' ต่อมาแม่ซื้อที่ดินให้ลูกสาวเป็นของขวัญวันเกิด พอมีที่แล้ว จึงขยับไปยื่นขอกู้ตามแผนที่วางไว้ ขั้นตอนดำเนินต่อจนได้เงินสำหรับสร้างบ้านมาอีกส่วนหนึ่ง

'เงินก็ยังไม่พอสร้างบ้าน แต่เราก็สร้างบ้าน' ในช่วงประมาณหนึ่งปีนับจากวันแต่งงาน พอบ้านเสร็จ เมื่อมีจังหวะได้พูดคุยกับแม่ว่า.. ในช่วงที่ซื้อที่ดินให้ในวันนั้น ก็ได้คำตอบเพียงว่า 'ตอนนั้นแค่รู้สึกอยากซื้อให้' นอกจากเรื่องบ้าน ยังคิดเผื่อถึงวันที่จะมีลูกเอาไว้ 'เรามีแพลนไว้อยู่' ขอบคุณพระเจ้า เหมือนที่เล่าถึงการอธิษฐานตั้งแต่เริ่มคิดอยากมีบ้าน
ไม่พร้อม ตอนนี้เราก็ยังไม่พร้อม ไม่มีความพร้อมเลย ตั้งแต่แต่งงานก็ไม่พร้อม วันแต่งงานผมก็ไม่มีเงินไปขอเขา ผมก็อธิษฐานกับพระเจ้า




บท 5 — ตั้งใจว่าจะเขียนไดอารี่กับลูก
เรื่องลูกที่คุยกันไว้ก่อนหน้านั้น มาถึงปีที่อายุยี่สิบเจ็ดก็เกิดขึ้นจริง พูดถึงวันที่มีลูกแล้ว ก็มีคำถามตามมาว่าพร้อมแค่ไหน 'ไม่พร้อม ตอนนี้เราก็ยังไม่พร้อม' ในวันที่บ้านมีสมาชิกเพิ่ม ยังคงออกไปทำงานตามปกติ ไม่มีใครอยู่บ้านเต็มเวลา แล้วอะไรเป็นสิ่งที่ยึดโยงทั้งบ้าน งาน และครอบครัวเอาไว้ ความเข้าใจก็มีอยู่ในประโยคเดียว 'พระเยซูคริสต์ คือ เส้นเรื่องของผม'
ส่วนวันที่ลูกเกิด มีสิ่งที่ตั้งใจไว้อย่างหนึ่ง ก่อนจะเล่าต่อว่า 'เอาจริง ๆ ก็ดีใจตอนที่ลูกเกิดมา ตั้งใจมากเลยว่าจะเขียนไดอารี่กับลูก'

มาถึงวันนี้ มีอีกอย่างที่ทำเต็มเวลา 'แล้วตอนนี้เราก็เป็นพ่อ Full-time ด้วย' พอคุยต่อถึงการเป็นพ่อแม่ ก็มีคำอธิบายว่า.. สมาชิกใหม่เกิดขึ้นในบ้านแล้ว 'เราเลี้ยงเป็น Family เราเลี้ยงฅนเป็นฅน' เด็กมีทั้งความโกรธ ความรัก และอารมณ์ของตัวเอง 'เราก็แค่สอนเขาในสิ่งที่เขากำลังเป็น' ชีวิตในบ้านมีวันที่ผู้ใหญ่สองฅนเห็นต่างกัน พูดถึงการบอกลูกตรง ๆ ว่า 'พ่อแม่ไม่เข้าใจกัน' เวลาที่เคยได้นอนหลับก็ต้องแบ่งไปอีกอย่าง 'มันก็ต้องจ่ายราคาบางอย่าง เช่น ไม่ได้นอนบ้าง อะไรบ้าง' ทั้งคู่เลี้ยงลูกกันเอง ก่อนจะพูดถึงสิ่งที่อยากให้ลูกเป็นว่า 'ไม่ใช่อยากให้เขาเป็นเหมือนเราเลยนะ อยากให้เป็นอย่างที่เขาเป็น'
เบาะทุกตัว.. ผมก็ไปนั่งทุกครั้งที่จัด จะลองนั่งแล้วดูว่าเรารู้สึกยังไงกับจุดนี้ ผมลงรายละเอียดประมาณนั้น เพราะ รู้สึกว่าอยากให้มันเป็นการมอบความสุขจริง ๆ





เอาจริง ๆ ก็ดีใจตอนที่ลูกเกิดมา ตั้งใจมากเลยว่าจะเขียนไดอารี่กับลูก
บท 6 — ลองนั่งชิลล์ทุกครั้งที่จัด
'เราไม่ได้เป็นต้นน้ำ' เมล็ดกาแฟที่ใช้ยังมี Roaster (ฅนคั่วกาแฟ) คั่วให้ เมล็ดมาจากโรงคั่ว ส่วนทางร้านรับหน้าที่ชิม และเลือกรสที่อยากเสิร์ฟให้ลูกค้า 'เราเป็นฅนชิม ทุกอย่าง ชิม อร่อย เสิร์ฟ' แรก ๆ ดื่มคั่วอ่อนอย่างเดียว พอชิมกาแฟหลายแบบขึ้น รสอื่นก็ดื่มได้ แต่แก้วประจำยังเป็นคั่วอ่อน
ขนมคีโตเป็นอีกอย่างที่ลองทำกันเอง อยากเสิร์ฟของที่ชอบกิน แม้จะไม่ใช้แป้ง และน้ำตาล 'ปกติอาหารคีโต บางทีมันจืด ๆ แห้ง ๆ แต่เราพยายามทำให้อร่อย' ชีสเค้กเป็นตัวอย่างที่ยกมา 'ชีสเค้กปกติประมาณหกร้อยแคลอรี่ ของเราเหลือประมาณร้อยเก้าสิบแคลอรี่' เป็นขนมกลุ่มแรก ๆ ที่เลือกทำขาย และยังมีอยู่ในเมนูมาจนถึงปัจจุบัน




เมื่อมีทีมบาริสต้าช่วยชง ก็จัดสูตรที่เลือกไว้เป็นขั้นตอนหรือ SOP ให้ใช้ร่วมกันในร้าน 'ผมทำเองครับ ตอนนี้ก็ให้พนักงานในร้านทำ เพราะใช้สูตรเดียวกัน' หลังมีสาขาในตัวเมืองแล้ว ถึงเริ่มมองว่าเชียงรายยังมีอะไรให้นำเสนอแก่ฅนอื่นอีก เริ่มเข้าใจวิธีทำธุรกิจอีกแบบ หลังเปิดสาขาในตัวเมือง จึงเริ่มคิดถึงการทำให้เชียงรายเป็นที่รู้จักมากขึ้น 'อ๋อ มันเป็นอย่างนี้ มันทำอย่างนี้ได้นี่นา' และยังมีคำว่า 'แน่นอนว่าผมได้ลูกค้าเข้ามากินร้าน แต่ รู้สึกว่ามันต้องมีมากกว่านั้น.. เพราะเราอยู่ที่นี่อยู่แล้ว'
'ใช้เครื่องดื่มเหมือนเป็นตัวแทนของความสุขที่ส่งให้ลูกค้า' ส่วนการจัดร้านก็ลองด้วยตัวเอง 'เบาะทุกตัวผมก็ไปนั่งทุกครั้งที่จัด ผมจะลองนั่งแล้วดูว่าเรารู้สึกยังไงกับจุดนี้'
ทุกการตัดสินใจที่สำคัญ ทุกเรื่องเลย เรื่องชีวิต เรื่องคู่ครอง เรื่องความสัมพันธ์ เรื่องธุรกิจ เรื่องลูก พระเจ้า คือ เส้นเรื่องของผม.. เอาจริง ๆ ก็ดีใจตอนที่ลูกเกิดมา ตั้งใจมากเลยว่าจะเขียนไดอารี่กับลูก



บท 7 — มันกระโดดจากกาแฟไปหรือเปล่าเนี่ย
กาแฟที่เคยคิดว่าวันละเจ็ดแก้วก็พอ ยังเป็นธุรกิจที่อยากให้เลี้ยงครอบครัวได้ ลูกมีเงินเรียน และทุกคนมีเงินกินข้าว ส่วนความตั้งใจทำ Robot ก็ยังอยู่ด้วย 'มันกระโดดจากเรื่องกาแฟไปหรือเปล่า ? เนี่ย ไปทำ Robot เว้ย แล้ว.. ก็ถามผมไง' หัวข้อไปไกลจากกาแฟแล้ว ก่อนจะได้ยินว่า 'ไม่.. มันเป็นสิ่งที่ผมอยากทำตั้งแต่นานมาแล้ว'








กาแฟถูกหยิบกลับมาอีกครั้ง เมื่อมีเสียงว่า 'เมื่อกี้ถามผมว่าอะไรนะ' แล้วได้รับคำตอบ 'เรื่องกาแฟครับ' สำหรับแบรนด์ที่ทำอยู่ มีความตั้งใจว่า 'แม่งกูแบบ WorldWide แน่นอน เป็นระดับโลก' แต่ก็บอกว่านี่เป็นความคิดของตัวเอง หากคุยกับแฟน คาดว่าจะได้ยิน 'เหนื่อย ไม่ทำ' แถมยังเป็นพ่อเต็มเวลาด้วย หลังเล่าถึงการเลี้ยงลูก มาถึงสิ่งที่ยังไม่เคยทำสักครั้ง 'ยังไม่เคยขับรถสปอร์ตอะ' มีคำรับสั้น ๆ '..ครับ ก็ลองดูประมาณนี้' ก่อนจะฝากไว้ว่าจะกลับมาคุยหุ่นยนต์ กับรถสปอร์ตต่อ แล้ว.. 'จริง ๆ อยากทำร้านกาแฟ อยากรวย อยากรวยด้วยเหมือนกัน แต่ว่ายังไม่รวย'








